Click
ribbon

EDTguide กิน ดื่ม เที่ยว ร้านอาหารแนะนํา

10 สถานที่แห่งความผูกพัน ตามรอยพระราชประวัติ

ตามรอยไปยังสถานที่ต่างๆ ที่เคยผูกพันกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9)

3003
10 สถานที่แห่งความผูกพัน ตามรอยพระราชประวัติ
10 สถานที่แห่งความผูกพัน ตามรอยพระราชประวัติ
ในเวลานี้ หากมีทางใดทางหนึ่งที่จะได้รู้สึกใกล้ชิดพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) เห็นจะเป็นการตามรอยไปยังสถานที่ต่างๆ ที่เคยผูกพันกับพระองค์ท่าน หลายสถานที่ที่น่าสนใจ และเราไม่เคยทราบมาก่อนว่าเหล่านี้เกี่ยวพันกับพระองค์ท่าน เป็นสถานที่ที่สามารถเข้าถึงได้ไม่ยาก

1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ตามรอยพระราชประวัติ
ตามรอยพระราชประวัติ
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว เป็นวัดในพระบรมมหาราชวังที่สำคัญยิ่งกับพระมหากษัตริย์ไทย หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่ชาวไทยไม่มีวันลืมเลือน คือวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2499 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ทรงพระผนวชที่พระอุโบสถวัดนี้ โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระราชอุปัชฌาย์ เมื่อพระองค์ท่านทรงพระผนวชที่วัดพระแก้วแล้ว จึงได้เสด็จฯ มาทรงปฏิบัติสมณวัตรในสำนักสมเด็จพระราชอุปัชฌาย์ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงลาผนวช 15 วัน ทรงได้พระสมณฉายาว่า “ภูมิพโล” ว่ากันว่าตอนพระองค์ท่านเสร็จจากรชพิธีในวัดพระแก้ว แล้วต้องเสด็จสู่วัดบวรนิเวศวิหาร ในวันนั้นประชาชนชาวไทยมากมายได้พากันมาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทตามเส้นทางที่เสด็จพระราชดำเนิน (อ้างอิงข้อมูล www.chaoprayanews.com)
ตามรอยพระราชประวัติ
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม
ถ.หน้าพระลาน พระบรมมหาราชวัง พระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทร. 0 2623 5500
เปิดทุกวัน เวลา 08.30-15.30 น.

2. พระตำหนักปั้นหยา

ตามรอยพระราชประวัติ
ตามรอยพระราชประวัติ
หลังจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ได้ทรงพระผนวช พระองค์เสด็จมาประทับที่วัดบวรนิเวศวิหาร ณ พระตำหนักปั้นหยา ซึ่งเป็นตึก 3 ชั้น สถาปัตยกรรมแบบยุโรป ภายในถูกแบ่งเป็นห้องพระ ห้องพระบรรทม และห้องทรงพระอักษร พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รื้ออาคารมาจากสวนขวาในพระบรมมหาราชวัง (อาคารนี้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2) แล้วนำมาสร้างขึ้นในบริเวณนี้ เพื่อเป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งทรงพระผนวช นับแต่นั้นมาก็ใช้เป็นสถานที่ประทับของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงพระผนวชมาโดยตลอด
ตามรอยพระราชประวัติ
ตามรอยพระราชประวัติ
พระตำหนักปั้นหยา
วัดบวรนิเวศวิหาร ถ.พระสุเมรุ พระนคร กรุงเทพฯ 10200
โทร. 0 2629 5854
เปิดทุกวัน เวลา 09.00-18.00 น.

3. พระราชวังไกลกังวล-หัวหิน

ตามรอยพระราชประวัติ
สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2470 เพื่อใช้เป็นที่ประทับในฤดูร้อนของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ทรงอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระบรมราชินีนาถ พระองค์ท่านทั้งสองทรงมาประทับที่พระราชวังไกลกังวลเป็นเวลา 5 วัน เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2493 และหลังจากนั้นพระองค์ก็เสด็จแปรพระราชฐานมาที่พระราชวังไกลกังวลอยู่บ่อยๆ ยิ่งระยะหลังๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จมาประทับที่นี่นานพอสมควร เนื่องด้วยหัวหินมีอากาศบริสุทธิ์ มีทะเลสวยและชายหาดขาวสะอาด ดีต่อพระพลานามัยของพระองค์ท่านทั้งสองพระองค์
ตามรอยพระราชประวัติ
ตามรอยพระราชประวัติ
พระราชวังไกลกังวล-หัวหิน
4 ต.หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77110

4. อ่าวพัทยา 

ตามรอยพระราชประวัติ
ตามรอยพระราชประวัติ
พระปรีชาสามารถในเรื่องการทรงเรือใบของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ได้เป็นที่ประจักษ์ทั่วทั้งเอเชีย เมื่อครั้งพระองค์ทรงลงแข่งขันกีฬาชนิดนี้ โดยทรงเป็นนักกีฬาเรือใบ ลงแข่งในนามของประเทศไทย ในงานแข่งขันกีฬาแหลมทอง (ปัจจุบันคือกีฬาซีเกมส์) ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 9-16 ธันวาคม พ.ศ. 2510 โดยพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่เข้าร่วมแข่งขันกีฬาสากลระดับชาติ และสามารถทรงเรือใบเข้าสู่เส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 และสถานที่ที่พระองค์ทรงเรือใบแข่งขันก็อยู่ที่อ่าวพัทยานี่เอง ถ้าวิ่งไปตามถนนเลียบชายหาด จะเห็นอนุสรณ์สถานที่สร้างหันหน้าออกทะเล มีไว้เพื่อเป็นที่ระลึกว่า ครั้งหนึ่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นนักกีฬาเรือใบของประเทศไทย
ตามรอยพระราชประวัติ
อ่าวพัทยา
ถ.พัทยา สาย 2 ต.บางละมุง อ.พัทยา จ.ชลบุรี 20150

5. อ่าวนาวิกโยธิน 

ตามรอยพระราชประวัติ
หาดเตยงามที่หลายคนรู้จักนั้น เมื่อวันที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2509 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ได้ทรงแล่นเรือใบประเภทโอเค ชื่อ “เวคา” มาขึ้นที่อ่าวสัตหีบ โดยพระองค์ทรงแล่นเรือใบเพียงพระองค์เดียว ข้ามอ่าวไทยจากหน้าวังไกลกังวล หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มาขึ้นฝั่งที่หาดเตยงามนี้ คิดเป็นระยะทาง 111 กิโลเมตร ใช้เวลาทั้งสิ้น 17 ชั่วโมง ครั้งนั้นพระองค์ทรงนำธงราชนาวิกโยธินข้ามอ่าวไทยมาด้วย โดยมาปักไว้เหนือก้อนหินใหญ่ที่ชายหาดของอ่าวนาวิกโยธินเมื่อเสด็จฯ มาถึง และหลังจากทรงปักธงราชนาวิกโยธินแล้ว ก็ได้ทรงลงพระปรมาภิไธยบนแผ่นศิลาจารึก เป็นที่ซาบซึ้งตรึงใจของเหล่านาวิกโยธินที่เฝ้ารอรับเสด็จในวันนั้นเป็นอย่างยิ่ง ใครสนใจอยากเห็นสถานที่จริง สามารถไปชมได้ที่หาดเตยงามทุกวัน
ตามรอยพระราชประวัติ
ตามรอยพระราชประวัติ
อ่าวนาวิกโยธิน
ถนนเลียบชายหาดต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 20180
โทร. 0 3830 8126, 08 3703 6754
เปิดทุกวัน เวลา 06.00-18.00 น.

6. พระที่นั่งอนันตสมาคม 

ตามรอยพระราชประวัติ
ตามรอยพระราชประวัติ
ภาพประทับใจที่ยังตราตรึงในใจของคนไทยทั้งประเทศ คือภาพที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) เสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555 ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อน ภาพนั้นยังอยู่ในใจพสกนิกรเสมอมา พระที่นั่งอนันตสมาคมถูกสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2450 ในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อใช้เป็นท้องพระโรงสำหรับต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง และเพื่อเป็นที่ประชุมราชการแผ่นดิน เป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังดุสิต หากใครเคยไปคงจะรู้ซึ้งถึงความโอ่อ่าและงดงามของพระที่นั่งอนันตสมาคมเป็นอย่างดี
ตามรอยพระราชประวัติ
พระที่นั่งอนันตสมาคม
ถ.อู่ทองใน ดุสิต กรุงเทพฯ 10300
โทร. 0 2283 9411
เปิดทุกวัน (ยกเว้นวันจันทร์) เวลา 10.00-17.00 น.

7. อ่างเก็บน้ำบางพระ 

ตามรอยพระราชประวัติ
ตามรอยพระราชประวัติ
พระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) นั้น ถ้าให้เขียนเล่าคงจะต้องใช้เวลาทั้งชีวิต หนึ่งในพระปรีชาสามารถที่ทำให้เรารู้สึกทึ่งอย่างยิ่งก็คือ การที่พระองค์ทรงต่อเรือใบด้วยพระองค์เอง พระองค์ทรงมีความเชี่ยวชาญอย่างยิ่งในงานช่าง ถึงขนาดผู้ใกล้ชิดเล่าว่า เวลาพระองค์ทรงต่อเรือ เสื้อผ้าไม่เคยเลอะเทอะเปรอะเปื้อนเลย เมื่อพระองค์ต่อเรือใบเสร็จแล้วจะนำเรือมาทดสอบที่อ่างเก็บน้ำบางพระแห่งนี้ ด้วยความเงียบสงบและสวยงามของสถานที่ จึงเหมาะจะนำเรือใบที่ทรงต่อเองมาลองแล่น เราก็คงได้แต่จินตนาการถึงพระองค์ในวันนั้นว่าจะทรงพระเกษมสำราญเพียงใด ทุกวันนี้อ่างเก็บน้ำบางพระเปิดให้บุคคลภายนอกเข้าชมทุกวัน เหมาะแก่การมาพักผ่อนและออกกำลังกาย
ตามรอยพระราชประวัติ
ตามรอยพระราชประวัติ
อ่างเก็บน้ำบางพระ
ถ.สุขาภิบาล 7 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20110

8. อ่าวดงตาล 

ตามรอยพระราชประวัติ
ตามรอยพระราชประวัติ
ชายหาดอันเงียบสงบที่มีต้นตาลยืนต้นตลอดแนวชายฝั่ง เป็นภาพที่เราไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก ใครจะคิดว่าใกล้พัทยาขนาดนี้จะมีอ่าวสวยสงบ อ่าวดงตาลยังคงความงามเอาไว้ได้อย่างไม่มีที่ติ อยู่ในพื้นที่ของกองเรือยุทธการ ฐานทัพเรือสัตหีบ ในอดีต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ได้เสด็จมาซ้อมเรือใบที่อ่าวแห่งนี้ อย่างที่เราทราบกันดีว่าเรือใบคือกีฬาโปรดของพระองค์ แต่หลายคนไม่เคยรู้ว่าพระองค์ผูกพันกับพื้นที่บริเวณนี้มาก ทุกวันนี้อ่าวดงตาลเปิดให้นักท่องเที่ยวมาพักผ่อนได้ ไฮไลต์เด็ดของอ่าวนี้คือมีสโมสรเรือใบ เปิดให้บุคคลภายนอกที่สนใจเข้ามาเรียนได้ตลอดเวลาราชการ
ตามรอยพระราชประวัติ
ตามรอยพระราชประวัติ
อ่าวดงตาล
ถนนเลียบชายฝั่ง ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 20180โทร. 0 3843 8474

9. พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ 

ตามรอยพระราชประวัติ
ตามรอยพระราชประวัติ
จากเนื้อที่โดยรอบพระตำหนักประมาณ 400 ไร่ เปิดให้นักท่องเที่ยวชมประมาณ 200 ไร่ แค่เห็นเพียงบางส่วนก็สัมผัสได้ถึงความงดงามราวกับภาพวาด พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2504 และพระราชทานนามพระตำหนักองค์นี้ว่า “ภูพิงคราชนิเวศน์” โดยทรงเลือกจาก 1 ใน 2 ชื่อ คือ “พิงคัมพร” กับ “ภูพิงคราชนิเวศน์” ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชฯ เป็นผู้คิดชื่อถวาย พระตำหนักแห่งนี้ใช้เป็นที่ประทับในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรมในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อทรงงานและเยี่ยมเยียนราษฎรในเขตภาคเหนือ รวมทั้งเพื่อรับรองพระราชอาคันตุกะที่เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทยในโอกาสต่างๆ ในฤดูหนาว รอบพระตำหนักแห่งนี้จะมีดอกไม้นานาพันธุ์แข่งกันชูช่อล้อลมหนาวสะพรั่งดอย
ตามรอยพระราชประวัติ
ตามรอยพระราชประวัติ
พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
ดอยบวกห้า ต.สุเทพ อ.เมืองฯ จ.เชียงใหม่ 50200
โทร. 0 5322 3065
เปิดทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

10. แม่น้ำเจ้าพระยา 

ตามรอยพระราชประวัติ
ตามรอยพระราชประวัติ
เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) เสด็จประทับที่โรงพยาบาลศิริราช หลายครั้งที่พระองค์ทรงออกจากห้อง และเสด็จฯ มาเปลี่ยนพระอิริยาบถทอดพระเนตรแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งที่ท่าน้ำศิริราชและหอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ เป็นการส่วนพระองค์ ท่ามกลางความปลื้มปีติของประชาชนชาวไทยที่ต่างพากันมาเฝ้ารับเสด็จฯ ตลอดเส้นทางที่ขบวนรถเคลื่อนผ่าน ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน พระองค์ทรงผูกพันกับแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นพิธีสำคัญต่างๆ ที่มีกระบวนพยุหยาตราชลมารค เช่น การฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี กาญจนาภิเษก และพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ ปัจจุบันแม่น้ำเจ้าพระยายังใช้เป็นเส้นทางสัญจรทางน้ำที่หลายคนคุ้นเคย 
ตามรอยพระราชประวัติ
แม่น้ำเจ้าพระยา
ศิริราช บางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700


ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 1 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 2 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 3 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 4 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 5 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 6 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 7 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 8 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 9 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 10 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 11 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 12 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 13 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 14 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 15 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 16 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 17 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 18 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 19 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 20 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 21 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 22 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 23 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 24 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 25 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 26 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 27 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 28 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 29 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 30 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 31 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 32 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 33 ตามรอยพระราชประวัติ รูปที่ 34