กลับหน้าแรก |    สมัครสมาชิก    |    เข้าสู่ระบบ     
 
บล็อก |  อัลบั้มภาพ  |  คลิปวีดีโอ
กินเหล้าแล้วกินข้าวไม่ลง
เขียนในหมวด (ดื่ม) เมื่อ 17 Oct 2009 : 11:30  ผู้เข้าชม
พบเหตุคอเหล้ากลายเป็นโรคขาดสารอาหาร กินเหล้าแล้วกินข้าวไม่ลง


พบเหตุคอเหล้ากลายเป็นโรคขาดสารอาหาร

ศาสตราจารย์วิชาจิตวิทยากล่าวเตือนว่า เหล้าไวน์ไม่ใช่ของที่ผลิตขึ้นมาต่างน้ำ จึงไม่ควรไปดื่มแทนน้ำ เพราะอาจเป็นโทษ ทำให้กินอาหารไม่ลง

ศาสตราจารย์แอนนา โคคาเวค นักจิตวิทยามหาวิทยาลัยลา โทรบ แห่งสหรัฐฯกล่าวว่า "เหล้านั้นเป็นยาที่กินกันผิดๆ มานมนานแล้ว ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลร้ายแรงกับอวัยวะสำคัญๆ ของร่างกายได้"

อาจารย์แอนนากับคณะได้ช่วยกันศึกษาผลของแอลกอฮอล์ที่มีต่อร่างกาย โดยมุ่งหาความเกี่ยวพันของการดื่มเหล้ากับความอยากอาหาร กล่าวว่า

"พวกคนไข้โรคพิษสุราเรื้อรัง มักจะขาดแคลนสารอาหารเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งอาจทำให้เป็นโรคที่มีอาการสูญเสียความจำ และประสาทหลอนได้" รายงานผลการศึกษากล่าวว่า หมอแอนนาได้ค้นพบว่า สาเหตุของคอเหล้าประเภทคอทองแดง ซึ่งขาดสารอาหาร ด้วยนิสัยเสียด้านโภชนาการอีกอย่างหนึ่ง "ก็เพราะเรายืนยันได้ว่า เมื่อเหล้าเข้าปาก มันไปทำให้ขบวนการทางชีวเคมีที่ควบคุมความอยากอาหาร ต้องแปรปรวนลง"

Tags: ดื่มเหล้า,เหล้า,ดื่ม,ขาดสารอาหาร
0 ความเห็น

sugarbeet แหล่งรวม life style ของคนเมือง
เขียนในหมวด (ดื่ม) เมื่อ 4 Aug 2009 : 14:21  ผู้เข้าชม
sugarbeet แหล่งรวม life style ของคนเมือง



sugarbeet แหล่งรวม life style ของคนเมือง



sugarbeet แหล่งรวม life style ของคนเมือง



sugarbeet แหล่งรวม life style ของคนเมือง



sugarbeet แหล่งรวม life style ของคนเมือง
Tags: เที่ยวผับ,เที่ยวกลางคืน,karaoka,ห้องคาราโอเกะ,restaurant,sugarbeet
0 ความเห็น

ไวน์แบบเทรดิชั่นนัลรสชาติละมุนละไมจากอิตาลี
เขียนในหมวด (ดื่ม) เมื่อ 21 Jul 2009 : 10:25  ผู้เข้าชม


ไม่ว่าอาหารจะเลิศรสสักเพียงใด ถ้าขาดซึ่งรสไวน์ หลายคนบอกว่าคงไม่ทำให้อาหารมื้อนั้นสมบูรณ์แบบไปได้ แม้ว่า
ระยะหลังๆ ไวน์จากโลกใหม่อย่างไวน์จากชิลี ออสเตรเลีย ฯลฯ จะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะดื่มง่ายกว่า
แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้ทำให้ไวน์แบบเทรดิชั่นนัลรสชาติละมุนละไมจากอิตาลีคลายความนิยมไปแต่อย่างใด

ทั้งนี้ก็เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ของอิตาลีมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสำหรับการปลูกองุ่นมาก จึงทำให้มีการผลิตไวน์จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นไวน์ขาวหรือไวน์แดง โดยไวน์จากย่านที่ดีที่สุดและมีชื่อเสียงของอิตาลี 3 ย่าน ก็ต้องยกให้ไวน์จากเขตเพียมอนต์ (Piemonte) เขตฟริยูลิ เวเนเซีย จิยูเลีย(Friuli-Venezia Giulia) และทอสคานา (Toscana) โดยเฉพาะที่ทอสคานา หรือที่เรารู้จักกันดีในนามของทัสคานีนั้น จัดเป็นดินแดนที่ได้ชื่อว่ามีไวน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ซึ่งก็ได้แก่ "Chianti" หรือไวน์แดงที่ผลิตจากองุ่นสายพันธุ์พื้นเมือง มีคุณสมบัติที่ดี ลงตัวทั้งรสชาติและราคา นอกจากไวน์แดงแล้ว ในแถบทัสคานียังมีการผลิตไวน์ขาวอีกด้วย ที่สำคัญ ทั้งไวน์แดงและไวน์ขาวจากทัสคานีนั้นได้รับการรับรองแล้วว่าดื่มง่ายกว่าที่คิด




Tenface Ruffino Chianti DOCG 2006
ไวน์แดงขวดนี้ผลิตจากพันธุ์องุ่นพื้นเมืองแท้ของอิตาลี ปลูกเฉพาะในเขตทัสคานี โดย Chianti จัดเป็นไวน์ที่มีชื่อเสียงของเขตนี้ ได้รับมาตรฐาน DOCG หรือ Denominazione di Origine Controllata e Garantita ซึ่งเป็นเกรดที่ใช้รับรองมาตรฐานไวน์ระดับสูงที่มีทั้งการกำหนดพื้นที่พิเศษ เจาะจงสายพันธุ์องุ่นพื้นเมืองที่ต้องใช้ ระดับแอลกอฮอล์ และความพิถิพิถันในการผลิต จึงทำให้มีคุณสมบัติที่ดี กลิ่นและรสชาติหอม มีความฝาดซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะ จึงเข้ากันได้ดีกับมะเขือเทศ ชีส และสัตว์เนื้อแดงจำพวกสเต็ก และอาหารอิตาเลียนทุกจาน โดยเฉพาะเมนูแนะนำอย่าง "Roasted Lamp Rack with Herbs" หรือเนื้อแกะเคล้าสมุนไพร ก็อย่างที่รู้กันว่าเนื้อแกะนั้นมีกลิ่นรุนแรง จึงเหมาะกับไวน์แดงที่มีกลิ่นแรงกว่าไวน์ขาว และช่วยกลบกลิ่นเนื้อได้ดี นอกจากกลิ่นแล้ว ด้วยความฝาดของไวน์แดง เวลาดื่มจะทำให้ริมฝีปากมีรสหวานช่วยเพิ่มความอร่อยให้อาหารทุกชนิด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้คนทั่วไปนิยมดื่มไวน์แดงคู่กับอาหารจานเนื้อ




Tenface Ruffino Orvieto Classico 2006
ไวน์ขาวที่ทำจากองุ่นหลายประเภท ได้แก่ Grechetto, Procanico, Cannaiolo และ Verdelho มีกลิ่นหอม
รสชาตินุ่มนวล ดื่มง่ายและช่วยให้รู้สึกสดชื่น รสชาติคล้ายผลไม้ ไปกันได้ดีกับอาหารอิตาเลียนจำพวกพาสต้า รีซ็อตโต้และสัตว์เนื้อขาวอย่างปลาและซีฟู้ดต่างๆ ด้วยความที่ไวน์ขาวมีกรด รสจึงออกเปรี้ยวนิดๆ จึงเหมาะมากกับเมนูแนะนำอย่าง "Snow Fish Pan Fry with Mixed Vegetables" อาหารจานปลาที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ นุ่มและมีรสหวาน ยิ่งถ้ารับประทานคู่กับไวน์ขาวที่มีความเป็นกรด เวลาดื่มจะช่วยลบกลิ่นของคาวของปลาเหลือไว้แค่เพียงความนุ่ม ละเอียดอ่อน และความหอมของสมุนไพรกับผักที่จะได้รับรสกันแบบเต็มๆ
Tags: ไวน์,ไวน์อิตาลี,wine,
0 ความเห็น

City Karaoke ร้านอาหารของคนรักดนตรี
เขียนในหมวด (ดื่ม) เมื่อ 14 Jul 2009 : 13:25  ผู้เข้าชม
ร้านCity Karaoke อยู่เลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ลาดพร้าว 




ร้านCity Karaoke  มีห้องคาราโอเกะทั้งหมด 32 ห้อง ตั้งอยู่กลางน้ำ







การเดินทาง จากถนนรามอินทรากิโลเมตรที่ 5 ให้เลี้ยวเข้าถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ขับตรงไปจะเห็นร้านซิตี้คาราโอเกะ (คาราโอเกะซิตี้)อยู่ติดกับร้านลานร่มไม้ บนถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และใกล้กับโลตัสสาขารามอินทรา


Tags: City Karaoke,ร้านอาหาร,คาราโอเกะ
0 ความเห็น

พบพืชผักเป็นยาโป๊ขนานธรรมชาติ กะหล่ำปลีคือยาไวอากร้า
เขียนในหมวด (กิน) เมื่อ 30 Jun 2009 : 10:20  ผู้เข้าชม
นักวิทยาศาสตร์โภชนาการโครเอเชียเผยคณะสมบัติกะหล่ำปลีดองเป็นยาแก้หย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ดีเยี่ยม ชี้เพียงชายหนุ่มกินวันละ 2 มื้อ จะเห็นผลได้ด้วยตัวเอง



นักวิทยาศาสตร์โภชนาการโครเอเชียเผยคณะสมบัติกะหล่ำปลีดองเป็นยาแก้หย่อนสมรรถภาพทางเพศได้ดีเยี่ยม ชี้เพียงชายหนุ่มกินวันละ 2 มื้อ จะเห็นผลได้ด้วยตัวเอง...

นักวิทยาศาสตร์โภชนาการโครเอเชียบอกข่าวดีแก่บุรุษเพศทั้งหลายว่า ไม่ต้องไปซื้อหยูกยาบำรุงพลังเพศให้เสียเงิน ให้กินกะหล่ำปลีนี่แหละ เป็นการเพิ่มพูนพลังเพศตามแบบธรรมชาติ หนังสือพิมพ์รายวัน "เดลี่ เอกซ์เพรสส์" ของอังกฤษ แจ้งว่า ดร.เลจลา เกรโฮ ได้ประกาศว่ากะหล่ำปลีดองมีสรรพคุณไม่แพ้ยาแก้โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศที่เป็นที่นิยมกันอยู่ในปัจจุบัน

เขาได้ประจักษ์สรรพคุณของมัน ในการศึกษาเพื่อจะหายาบำรุงพลังเพศขนานเอก ที่มหาวิทยาลัย คิงส์ คอลเลจ ของกรุงลอนดอน ต่อหน้าเพื่อนนักวิทยาศาสตร์คนอื่น

หนังสือพิมพ์รายวัน "ออสเตรีย ไทมส์" ของออสเตรีย รายงานว่า "การหาความรู้ที่มหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ แสดงให้เห็นว่ากะหล่ำปลีดองเป็นยาไวอากร้าธรรมชาติขนานเยี่ยม แทบไม่น่าเชื่อว่ามันจะกลายเป็นยาโป๊ตำรับเอก  ตัว ดร.เลจลาได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์รายวันโครเอเชีย กล่าวแนะนำว่า "อยากให้ผู้ชายทุกคนลองดู กินกะหล่ำปลีวันละ 2 มื้อ ก็จะเห็นผลได้ด้วยตัวเอง"

ขอบคุณเนื้อหาจาก www.teenee.com

Tags: พืชผัก,กะหล่ำปลี,ไวอากร้า
0 ความเห็น

มันเทศ อาหาร กระตุ้นพลังงาน
เขียนในหมวด (กิน) เมื่อ 13 Jun 2009 : 13:43  ผู้เข้าชม
มันเทศ อาหาร กระตุ้นพลังงาน

                 มันเทศ อาหาร กระตุ้นพลังงาน

มันเทศเป็นแหล่งวิตามินบี 6 ที่ดี ซึ่งคนส่วนใหญ่เชื่อว่า ช่วยบรรเทาอาการ ก่อนมีประจำเดือน บี 6 ยังช่วยร่างกาย ผลิตพลังงานจากอาหารได้มากขึ้น และเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ต่อการลดน้ำหนักค่ะ มันเทศเป็นคอมเพล็กซ์คาร์โบไฮเดรต ซึ่งปล่อยพลังงานช้า มีกากใยมาก ทำให้อิ่มท้องอยู่ได้ โดยไม่เพิ่งเอวหรือสะโพก ผักลักษณะหัว จะมีโภชนาการอาหาร ที่ทำให้ตับอ่อนคุณแข็งแรง ซึ่งช่วยให้จัดการกับน้ำหนักได้ดีขึ้นค่ะ

ลองหามันเทศมากินดูนะคะ สำหรับคนที่คิดที่จะลดน้ำหนัก แต่กลัวพลังงานไม่พอ

Tags: มันเทศ,อาหาร,กระตุ้นพลังงาน
0 ความเห็น

ทะเลปากช่อง
เขียนในหมวด (ท่องเที่ยว) เมื่อ 5 Jun 2009 : 14:41  ผู้เข้าชม

ไปอ่านเจอมาว่าปากช่องมีทะเลเลยนำภาพมาให้เพื่อนๆได้ดูกัน ขอขอบคุณภาพสวยๆจาก muangthai.com น๊าก๊าบ

Tags: ทะเลปากช่อง
0 ความเห็น

การรักษาอาการ ไมเกรน ด้วยอาหาร
เขียนในหมวด (สุขภาพ) เมื่อ 4 Jun 2009 : 14:52  ผู้เข้าชม

ไมเกรนคืออะไร
อาการปวดหัวแบบ ไมเกรน จะเป็นอาการปวดที่สร้างความรำคาญ ทรมานให้กับผู้ป่วย โดยจะมีตั้งแต่ระดับปานกลางไปจนถึงมากจนกระทบกับการดำรงชีวิตประจำวัน อาจจะมีอาการปวดตุ๊บๆ แถวขมับ หรืออาจจะจะปวดบริเวณเบ้าตาเหมือนหัวใจเต้นตุ๊บๆ ที่ปวดน้อยๆ มักจะไม่ใช่ ไมเกรน อาการปวด ไมเกรน อาจจะปวดได้นาน 2-3 วันหรืออาจจะปวด 2-4 ชั่วโมง และอาจจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน อาการปวด ไมเกรนเ วลาหายปวดจะหายสนิท อาการปวด ไมเกรน มักจะมีอาการนำมาก่อนที่จะเกิดอาการปวด เรียก Aura อาจจะเห็นแสงแวบ แสงจ้า ตาพร่ามัว ซึ่งเป็นช่วงสั้นๆ ก่อนจะมีอาการปวด ไม่แน่เสมอไปที่ว่าอาการปวดหัวข้างเดียวคืออาการปวด ไมเกรน อาจจะเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น คอตกหมอน เนื้องอก เป็นต้น

สารอาหารที่มีหลักฐานการวิจัยว่าช่วยรักษาอาการไมเกรน

สารอาหารที่พบว่ามีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจน

    5-HTP

    แคลซียม /แมกนีเซียม


    Feverfew

    Riboflavin (Vitamin B2)

สารอาหารที่พบว่าน่าจะมีผล

   St. John's wort


นอกจากนี้แล้วอาหารพวก วิตามินบี ก็มีรายงานว่าสามารถช่วยในรายที่มีอาการ ไมเกรน บ่อยได้ อีกทั้งการรับประทานอาการพวกปลาซึ่งจะมีสารอาหาร Omega-3 ก็จะทำให้ลดการเกิดอาการ ไมเกรน ได้

วิธีรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ทั้ง แคลซียม และ แมกนีเซียม สารอาหารที่ดีในการช่วยป้องกันอาการไมเกรน คือพวกมันจะไปบำรุงระบบหลอดเลือดและการทำงานของสารสื่อประสาท ยังมีรายงานด้วยว่าคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับไมเกรนมักจะมีอาการขาด แมกนีเซียม และทั้ง แคลซียม และ แมกนีเซียมเป็นสารอาหารที่สามารถรับประทานได้ต่อเนื่องได้โดยไม่มีปัญหา

นอกจากนี้ยังมีสารอาหารอีก 3 ชนิดที่ช่วยป้องกันและลดโอกาสเกิดอาการไมเกรน

ตัวหนึ่งนั้นคือ Feverfew มันจะไปยับยั้งการขยายตัวของหลอดเลือดเล็กๆ ในสมอง ตัวถัดมาคือ 5-HTP มันจะไปช่วยเพิ่มปริมาณ Serotonin ในสมอง ที่จะสามารถยับยั้งการเกิดไมเกรนได้ สุดท้ายก็วิตามินบี2 (Riboflavin) ซึ่งจะช่วยการสร้างเซลของหลอดเลือด ทั้ง 3 ตัวนี้สามารถใช้ร่วมกันหรือรับประทานตัวใดตัวหนึ่ง โดยควรจะรับประทานติดต่อกันอย่างน้อย 3 สัปดาห์

เรามักจะเห็นแพทย์อาจจ่ายยากลุ่ม รักษาอาการซึมเศร้า (Antidepressant) แก่ผู้ป่วย ไมเกรน จึงเชื่อว่า St. John's wort

ซึ่งยังไม่มีการทดสอบในกลุ่มผู้ป่วยไมเกรนและมันมีผลต่อการสร้าง Serotonin เช่นกันก็มีบางท่านเชื่อว่ามันน่าจะมีผลดีคล้ายกับการรับประทานยากลุ่มรักษาอาการซึมเศร้า (Antidepressant) ถ้าจะรับประทาน St. John's wort ต้องรับประทาน 900 มิลลิกรัมติดต่อกันอย่างน้อย 4-6 สัปดาห์จึงจะเห็นผล

วิธีการรับประทานอาหารสำหรับผู้ป่วยไมเกรน

อาหารบางชนิดที่เรารับประทานเข้าอาจจะมีสารบางอย่างที่ไปกระตุ้นให้เกิดอาการ ไมเกรน ได้ ดังนั้นผู้มีแนวโน้มว่าจะเป็นโรค ไมเกรน ควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้

1. หลีกเลี่ยงอาหารที่จะกระตุ้นอาการปวด ไมเกรน

    อาหารที่มีไทรามีน (Tyramine) ไทรามีนเป็นเอมีนชนิดหนึ่ง พบได้มากในอาหารพวก เนย ชีส ช็อคโกแลต กล้วยสุก ส้ม ไวน์แดง เป็นต้น อย่างไรก็ตามไม่ใช่คนที่เป็น ไมเกรน จะตอบสนองต่ออาหารที่มีไทรามีนทุกคน

    สารปรุงแต่งอาหาร สารที่แต่งอาหารบางชนิดก็มีผลเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการ ไม่เกรน ได้ เช่น

    สารไนไตรด ไนเตรด ซึ่งจะพบในอาหารพวก เบคอน ไส้กรอก ซาเซมิ แฮม

    สารแต่งรส เช่น ผงชูรส แอสปาแตม (Aspatame)

2. ลดการดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์ และคาเฟอีน เนื่องจากสารเหล่านี้หากดื่มในปริมาณมากจะไปมีผลต่อการขยายตัวของหลอดเลือดหรือมีผลต่อสุขภาพการนอนหลับได้ ทำให้มีผลต่อการเกิด ไมเกรน ได้เช่นกัน
Tags: ไมเกรน
0 ความเห็น

 
อยุธยา วังน้อย


เรื่องที่เขียนล่าสุด
 ทะเลปากช่อง
05 มิ.ย. 2552 14:41
ดูเรื่องทั้งหมด

อัลบั้มล่าสุด
ดูอัลบั้มทั้งหมด

คลิปวีดีโอล่าสุด
30 ต.ค. 2552 10:8
ดู 127 ครั้ง
08 ก.ย. 2552 11:32
ดู 92 ครั้ง
14 ส.ค. 2552 13:24
ดู 87 ครั้ง
11 ส.ค. 2552 15:14
ดู 72 ครั้ง
ดูคลิปวีดีโอทั้งหมด
 
Copyright(c)2008-2009 EDTguide.com All rights reserved