กลับหน้าแรก |    สมัครสมาชิก    |    เข้าสู่ระบบ     
 
บล็อก |  อัลบั้มภาพ  |  คลิปวีดีโอ
page : 1 2  
วันเด็ก...สวนรถไฟ
เขียนในหมวด (เที่ยว) เมื่อ 11 Jan 2010 : 09:37  ผู้เข้าชม

วันเด็กปีนี้ไม่รู้จะไปเที่ยวไหนดี

เลยขอเที่ยวแบบใกล้ ๆ

ในกรุงเทพละกัน

ที่สวนรถไฟ

 

 

ซุ้มทางเข้าสีสันสดใส ...ต้อนรับเด็ก ๆ

 

งานนนี้มีกิจกรรมให้น้อง ๆ ได้เล่นมากมาย ....ฃรวมทั้งเราด้วย อิอิ

ส่วนอันนี้สำหรับคุณหนู ๆ เด็กแก่อย่างเรา ๆ เขาไม่ให้เล่น อ่ะ

เสียดายจัง

 

 

ชอบอันนี้จังสีแดงสดใส

เก็บตกจบแล้ว

 

 

Tags: วันเด็ก,เที่ยว,สวนรถไฟ
2 ความเห็น

พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลต
เขียนในหมวด (พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลต) เมื่อ 17 Oct 2009 : 09:25  ผู้เข้าชม

สำหรับผู้ที่ชอบท่องเที่ยวไปพร้อมกับคนรักและช็อกโกแลตแท่งโตอันหวานฉ่ำ จุดหมายหนึ่งในการเดินทางของพวกเขาก็น่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลต ล่าสุด virtualtourist.com ได้จัดอันดับพิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตสิบแห่งที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งมีรายชื่อดังต่อไปนี้

 

1. พิพิธภัณธ์ช็อกโกแลตโคโลญจน์ เมืองโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี

 

นอกจากอาคารรูปลักษณ์ทันสมัยของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำไรน์จะจัดแสดงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของช็อกโกแลตแล้ว สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ก็คือ น้ำพุเทียมซึ่งเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์จะคอยจุ่มขนมอบวาฟเฟิลลงไปในน้ำพุช็อกโกแลตเหลวร้อนเพื่อยั่วน้ำลายบรรดาผู้เข้าเยี่ยมชม

 

2. Musee les Secrets du Chocolat เมืองแชสโปลแช็ง ประเทศฝรั่งเศส

พิพิธภัณฑ์หรูหราที่มีทั้งโรงละคร ห้องดื่มน้ำชา และร้านขายของที่ระลึก ซึ่งขายเส้นพาสต้า, น้ำส้มสายชู, เบียร์ และของแต่งบ้านสไตล์โบราณวัตถุ ที่ล้วนแล้วแต่ทำขึ้นมาจากช็อกโกแลตทั้งสิ้น

 

3. แพนนีส์ อะเมซิ่ง เวิล์ด ออฟ ช็อกโกแลต เมืองวิคตอเรีย ประเทศแคนาดา

สถานที่ที่มีทั้งรูปปั้นเดวิด ภาพจิตรกรรมฝาผนัง และเมืองจำลอง ซึ่งสร้างขึ้นจากช็อกโกแลต

 

4. พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลต ช็อกโก-สตอรี่ เมืองบรูจส์ ประเทศเบลเยี่ยม

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีส่วนจัดแสดงที่สำคัญ 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นการแสดงให้เห็นถึงผลประโยชน์ที่มีต่อสุขภาพของช็อกโกแลต ส่วนที่สองเป็นส่วนจัดแสดงกระป๋องบรรจุช็อกโกแลตรูปทรงแปลกตา เพื่อถวายเป็นเกียรติยศแด่พระบรมวงศานุวงศ์เบลเยี่ยม

 

5. Museu de la Xocolata เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน

ผลงานประติมากรรมในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ซึ่งมีตั้งแต่งานที่สะท้อนประเด็นเคร่งเครียดทางศาสนาเรื่อยไปจนถึงตัวการ์ตูนรูปลักษณ์แปลกประหลาด ล้วนแล้วแต่มีความงดงามน่าประทับใจ จนผู้เข้าชมแทบจะลืมเลือนไปเลยว่ามันถูกสร้างขึ้นมาจากช็อกโกแลต

 

6. พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลต เมืองนิว บรันสวิค ประเทศแคนาดา

พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่พี่น้องตระกูลกาน็อง ผู้ผลิตช็อกโกแลตในย่านนี้ที่แนะนำให้ชาวโลกได้รู้จักกับกล่องช็อกโกแลตรูปทรงหัวใจอันโดดเด่น ซึ่งแน่นอนว่ากล่องช็อกโกแลตรูปแบบดังกล่าวต้องถูกนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ด้วย

 

7. พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลต ช็อกโก-สตอรี่ กรุงปราก ประเทศสาธารณรัฐเช็ก

สถานที่แห่งนี้ถือเป็นงานเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่ต่อสายตาของผู้เยี่ยมชม ซึ่งจัดแสดงทั้งกระดาษxxxบห่อบรรจุช็อกโกแลตในยุคโบราณอันน่าตื่นตาตื่นใจ และการสาธิตกระบวนการผลิตช็อกโกแลต

 

8. พิพิธภัณฑ์แคนดี้ อเมริกานา บริษัทวิลเบอร์ ช็อกโกแลต มลรัฐเพนซิลวาเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

เริ่มจากการที่ภรรยาของประธานบริษัทชอบเก็บสะสมบรรดาของที่ระลึกซึ่งมีความข้องเกี่ยวกับช็อกโกแลต มาจนถึงบัดนี้ เป็นเวลา 30 ปีแล้ว ที่พิพิธภัณฑ์ซึ่งจัดแสดงของสะสมดังกล่าวเปิดดำเนินการโดยไม่เก็บค่าเข้าชม

 

9. พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลต เกาะเจจู ประเทศเกาหลีใต้

สิ่งน่าสนใจในพิพิธภัณฑ์หนึ่งเดียวจากทวีปเอเชียแห่งนี้ได้แก่ เวิร์คช็อปสอนทำช็อกโกแลต, ห้องจัดแสดงผลงานศิลปะที่ทำจากช็อกโกแลตอันน่าประทับใจ และการให้บริการผู้เยี่ยมชมด้วยรถโดยสารสไตล์ซานฟรานซิสโก

 

10. พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลตเนสท์เล่ กรุงเม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก

ดูเหมือนสิ่งที่ดึงดูดใจผู้คนมากที่สุดเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะไม่ใช่เรื่องของช็อกโกแลต แต่กลับเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์อันมีรูปลักษณ์ทันสมัยเก๋ไก๋เป็นอย่างยิ่ง แถมอาคารแห่งนี้ยังถูกก่อสร้างเสร็จสิ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว คือ เพียงแค่ 75 วันเท่านั้น

 

Tags: พิพิธภัณฑ์,ช็อกโกแลต
1 ความเห็น

เตรียมตัวก่อนไป ท่องเที่ยว
เขียนในหมวด (เที่ยว) เมื่อ 28 Sep 2009 : 12:21  ผู้เข้าชม

 

การเดินทาง

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ควรมีการเตรียมตัวให้พร้อม เพราะหากเตรียมตัวไม่ดีพอ อาจทำให้พบอุปสรรคนานัปการ โดยเฉพาะกับผู้ที่เดินทางเข้าป่าเป็นครั้งแรก อาจรู้สึกไม่ดีและไม่อยากเดินป่าอีกเลย

สถานที่

ควรหาข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ที่จะไปให้มากที่สุด เพื่อจัดเตรียมอุปกรณ์ได้ถูกต้อง เพราะแต่ละสถานที่จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่แตกต่างกัน

การแต่งกาย

ควรเป็นชุดที่รัดกุม ใส่สบาย และใช้โทนสีที่กลมกลืนกับธรรมชาติ

หมวก ควรเลือกใช้หมวกที่เป็นหมวกปีกหรือหมวกแก๊ปก็ได้

เสือผ้า เสื้อที่สวมใส่ควรเป็นเสื้อแขนยาว หรือเป็นผ้าร่มแขนยาว ทั้งนี้เพื่อป้องกันแมลง พันธุ์ไม้ที่มีหนามแหลมคม ดงหญ้าคา หรือต้นไม้แปลก ๆ บางพันธุ์ เช่น ต้นช้างร้อง เนื้อผ้าควรเป็นชนิดที่ซับน้ำได้ดี เพื่อจะช่วยระบายความร้อนได้ดี กางเกงควรเป็นกางเกงที่สวมสบาย ไม่รัดจนเกินไป

อุปกรณ์การเดินทาง

การเตรียมเสื้อผ้าควรจัดเป็น 2 ชุด คือ ชุดเดินป่า และชุดนอน ที่สำคัญควรมีเสื้อแจ็กเก็ตอีก 1 ตัว เพื่อกันหนาว เพราะในป่าเวลากลางคืนมักจะมีอากาศค่อนข้างหนาว

รองเท้า เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ควรเป็นรองเท้าเดินป่าหุ้มส้นที่แข็งแรงและสวมใส่พอดี สบายเท้า

เป้หลัง ควรเลือกชนิดที่เบา ขนาดกะทัดรัด สามารถใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง

เต้นท์ ถุงนอน เปลสนาม ไฟฉาย เสื้อกันฝน มีดพก กระติกน้ำ หม้อสนาม ยา เชือก สมุดบันทึก ถุงพลาสติก ฯลฯ และที่ลืมไม่ได้ และไม่ควรลืมคือกล้องถ่ายภาพ เพื่อบันทึกเรื่องราวและความงามของธรรมชาติ

 

travel.kapook.com

Tags: เที่ยว,อุปกรณ์,เดินทาง
0 ความเห็น

ตะลุย...ต่างแดนที่เยอรมันนี
เขียนในหมวด (เที่ยว) เมื่อ 5 Sep 2009 : 09:40  ผู้เข้าชม

มาอีกคางและวันนี้จะพาไปเปลี่ยนบรรยากาศกันบ้าง เพราะเราจะพาไปตะลุยต่างแดนที่ เยอรมันนี ไปดูรถไฟฟ้าของที่นู๊นกัน



วิ่งผ่านกลางลำคลองเลย

โอ้ว วิ่งผ่านตลาด คนเยอะมาก ถ้าล่วงลงมาจะมีใครลอดใหม

ผ่านตลาดแล้วก้ต้องมาผ่านกลางถนนหลักด้วย หวาดเสียว

 

Tags: ตะลุย,เยอรมัน,ตลาด
0 ความเห็น

8 สุดยอดแห่งที่ราบสูงอีสาน
เขียนในหมวด (เที่ยว) เมื่อ 15 Aug 2009 : 10:14  ผู้เข้าชม
อีสานวันนี้ แม้หลายสิ่งจะเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลก แต่อีกสานก็ไม่เคยฮ่างอีสานที่เหมือนจะเซาซึม วันนี้กลับกลายเป็นแผ่นดินที่ควรค่าแก่ความภาคภูมิใจ ยิ่งในยุคที่โลกร้อนและอาหารแพง อีสารกลับเป็นดินแดนแห่งข้าวหอมมะลิ และกำลังจะชุ่มน้ำด้วยอภิมหาโครงการใหญ่ยักษ์หลายโครงการ แต่เหนืออื่นใด อีสานนี้แหละที่จะเป็นดินแดนหน้าบ้านของประเทศไทยในการออกไปรับหน้ากับการเติบโตของอุษาคเนย์ ที่กำลังพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างรีบรุด

วันนี้คนอีสานนับแสนภาคภูมิใจกับความเป็นแผ่นดินผืนที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศ การมีประชากรมากที่สุดของประเทศ มีผู้แทนราษฎรจำนวนมากที่สุด และมีเมืองใหญ่ๆ ที่ใหญ่โตจริงๆ ทัดเทียมกันมากมายหลายเมืองด้วยกันผู้คนอีสานวันนี้ทำมาหากินขยันขันแข็ง กำลังงานวันก่อนที่ค่อยเริ่มสร้างบ้านแปลงเมืองเคยออกไปไขว่คว้าหาประสบการณ์ต่างบ้าน ไม่เพียงไปในเมือง ในจังหวัดกรุงเทพฯ หรือประเทศไทย แต่บุกบั่นไกลไปทั่วโลก มาถึงวันนี้ได้นำเข้าอารยธรรมความเจริญ เงินตราความรู้ความคิดใหม่ๆ กลับมาพัฒนามาตุภูมิอย่างมีคุณค่าอเนกอนันต์

และเช่นเดียวกัน ในด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และความสวยงามตามธรรมชาติ อีสารก็มีสิ่งดีๆ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และเป็นความยิ่งใหญ่ ไม่เฉพาะเพียงของอีสาน หากยังเป็นเอกลักษณ์ความยิ่งใหญ่ของประเทศด้วยในขณะเดียวกันอีกหลายแง่หลายมุม

"เมืองนี้ ดินดำน่ำชุม ปากุ่มบ้อน คือแข่แกงหาง ปานางบ้อน คือขางฟ่าลัน จักจั่นฮ้อง คือฟ่าลวงบน แตกจ้นจ้น เสียงปีบ โฮแซว เมืองนี้ มีสุแนวระบำลำฟ่อน"

 

1. สุดยอดขุนเขาแห่งการท่องเที่ยว...ภูกระดึง

เมื่อเอ่ยถึงภูเขา สิ่งที่ไปกันได้ดีก็คือเรื่องของการท่องเที่ยว เพราะบนภูเขามีสิ่งดึงดูดความสนใจให้ขึ้นไปเที่ยวชมมากมาย อย่างพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก ป่าใหญ่ๆ ดอกไม้ป่างามๆ น้ำตกบึ้มๆ หน้าผาและจุดชมวิวสวยๆ ไม่เพียงเท่านั้นอุณหภูมิบนภูเขาทั้งกลางวันกลางคืนก็หนาวเย็น สร้างบรรยากาศโรแมนติก ชวนให้เบียดกายใกล้ชิดสนิดแนบ เหมาะแก่การพาคู่รักหรือเพื่อนร่วมใจไปสนุกสนานเปลี่ยนบรรยากาศ ภูเขาจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตติดอันดับของผู้คนทั่วโลก

แนวทิวเขาของอีสานประกอบไปด้วยแนวทิวขาเพชรบูรณ์และแนวทิวเขาดงพญาเย็น ที่เป็นเสมือนสันกั้นพรมแดนระหว่างภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคอีสาน จากที่ราบลุ่มภาคกลางจะขึ้นสู่ที่ราบสูงอีสานก็ต้องทะลุแนวภูเขานี้ขึ้นไปทั้งสิ้น ต่ำลงมาประชิดกับภาคตะวันออกชายฝั่งทะเล คือเทือกเขาสันกำแพง ที่ด้านหนึ่งเป็นจังหวัดปราจีนบุรีและสระแก้ว กับอีกด้านหนึ่งก็คือพื้นที่อำเภอโนนสูง เสิงสาง และครบุรี จังหวัดนครราชสีมา ทิวเขานี้ยังเชื่อมโยงต่อไปถึงพนมดงรัก ซึ่งเป็นแนวกั้นอีสานกับดินแดนกัมพูชาและ สปป. ลาว และทั้งหมดนี้ก็คือ แนวภูเขาที่กั้นอีสานออกเป็นเอกเทศ แทบจะเป็นที่ราบกลมๆ บนที่สูง จากอีสานจะลงมาภาคกลางหรือไปภาคเหนือ อย่างไรเสียก็ต้องเจอภูเขา จะไปตามทางราบๆ ตลอดไม่ได้

นอกจากนี้ อีสานยังมีแนวเทือกเขาภูพานที่เป็นเส้นตัดขวางแบ่งกั้นให้เกิดเป็นอีสานเหนือ คือ จังหวัดอุดรธานี หนองคาย สกลนคร นครพนม และเลย และอีสานใต้ที่มีอยู่อีกมากมายหลายจังหวัด ทั้งหมดเสมือนถูกตัดแยกออกจากกันอย่างเด่าชัดด้วยเทือกเขาภูพานแห่งนี้

และในบรรดาเทือกภูเขาสูงอีสานหลากหลายนี้ เทือกเขาเพชรบูรณ์ดูจะเป็นเทือกเขาที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุด ก่อให้เกิดภูเขาย่อยๆ ที่มีพื้นที่กว้างขวาง มีความหลากหลายของสรรพชีวิตสวยงามมากมายหลายแห่ง และหากจะกล่าวกันถึงเรื่องท่องเที่ยวแล้ว ก็เชื่อแน่ว่าไม่มีใครปฏิเสธ หากจะยกตำแหน่งสุดยอดภูเขาท่องเที่ยวให้กับภูกระดึง แห่งเทือกเขาเพชรบูรณ์ จังหวัดเลย

ภูกระดึง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเก่าแก่ที่ไม่เคยเสื่อมคลายมนตร์ขลัง เพราะที่นี่มีทุกๆ อย่างที่นักท่องเที่ยวต้องการ จุดเด่นของภูกระดึงคือความสวยงามของภูเขา สายหมอกหน้าผา พรรณไม้ และสัตว์ป่า กล่าวกันว่า ถ้านักท่องเที่ยวจะเริ่มต้นออกเดินทางท่องธรรมชาติ ภูกระดึงจะเป็นเสมือนโรงเรียนประถมต้นของการท่องเที่ยวภูเขากันเลยที่เดียว

2. สุดยอดภูผาและผืนป่าอนุรักษ์

นอกจากภูเขาจะเป็นแหล่งรวมความงดงามน่าท่องเที่ยวแล้ว ยังมีความสำคัญในฐานะเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารอีกด้วย กระบวนการจะเริ่มตั้งแต่น้ำฝนที่ประพรมผืนป่าบนภูเขา ต้นไม้มีหน้าที่เก็บกักน้ำนั้นไว้ แล้วค่อยปล่อยลงสู่ลำน้ำเล็กๆ ที่ไหลลงมาตามความลาดชันของภูเขา รวมกันเป็นลำน้ำสายใหญ่ ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ กระทั้งไหลลงสู่ที่ราบสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ผู้คนเบื้องล่าง นอกจากบทบาทนี้แล้ว ป่าบนภูเขายังเป็นแหล่งรวมของนานาสรรพชีวิตหลากหลาย ทั้งพืชและสัตว์ รวมถึงนกหายากอีกหลากหลายประเภท ภูเขาจึงเป็นแหล่งที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้เพื่อให้ต้นน้ำลำธานคงความอุดมสมบูรณ์ชุ่มชื้น สัตว์ป่า นก และพืชหายากนานาพรรณมีโอกาสดำรงพันธุ์ของตนสืบไป

ในอีสานมีผืนป่าอนุรักษ์ด้วยกันมากมายหลายแห่ง อย่างอุทยานแห่งชาติที่เป็นแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ล่าสุดของเมืองไทย คืออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่กินพื้นที่ไม่เฉพาะเพียงภาคอีสาน แต่ยังแผ่ขยายพื้นที่กว้างขวางมาถึงภาคกลางด้านตะวันออกเขาใหญ่ในด้านหนึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำบางปะกงในภาคกลาง และอีกด้านหนึ่งก็เทน้ำไหลลงสู่ลำห้วยต่างๆ ของน้ำมูน น้ำชี นอกจากนั้น อีสานยังมีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ซึ่งงดงามด้วยพรรณไม้หายากนานาพรรณ ควรค่าแก่การศึกษา รวมทั้งเขตอุทยานแห่งชาติริงโขงที่น่าสนใจอย่างอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ภูวัว แก่งตะนะ และที่อื่นๆ อีกมากมาย

ในบรรดาภูผาและผืนป่าอนุรักษ์ทั้งหลายของอีสานนั้น อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง คือสุดยอดของภูผาและผืนป่าอนุรักษ์ที่เรา อ.ส.ท. อยากจะยกย่องให้เป็นสุดยอดของอีสานในด้านภูเขาและผืนป่าแห่งการอนุรักษ์

3. สุดยอดสายน้ำฉ่ำเย็น แม่น้ำโขง ชี มูน

แม่น้ำโขง คือสุดยอดแม่น้ำของอีสาน ข้อนี้คงไม่มีใครจะปฏิเสธได้ แม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำนานาชาติที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทยครั้งแรกในภาคเหนือที่อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นระยะทางสั้นๆ ก่อนจะออกจากประเทสไทยที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเดียวกัน จากนั้นแม่น้ำโขงจึงไหลกลับเข้าสู่ประเทศไทยอีกครั้งในแผ่นดินอีสาน อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย จากเชียงคาน แม่น้ำโขงก่อให้เกิดหาดทราบ โขดหิน และเกาะแก่งที่สวยงามมากมายหลากหลาย โดยเฉพาะที่อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย มีที่พักและรีสอร์ตมากหลายได้รับการจัดสร้างขึ้นไว้รองรับนักท่องเที่ยวผู้มาชมความสวยงามของแม่น้ำโขงที่นี่

สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 เป็นสะพานนานาชาติแห่งแรกที่พาดข้ามไปบนแม่น้ำสายนี้ เชื่อมมิตรภาพสองฝั่งโขง ร้อยใจลาว-ไทยน้องพี่เข้าด้วยกัน จากสะพานมิตรภาพๆ แม่น้ำโขงก็ขยายตัวกว้างใหญ่ ทอดผ่านเมืองสองฟากฝั่งที่ล้วนเป็นเมืองสำคัญของสองประเทส เช่น เมืองบึงกาฬ เมืองบอลิคัน เมืองนครพนม และเมืองท่าแขก จนมาพบกับสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 จังหวัดมุกดาหาร จากนั้นแม่น้ำโขงก็ไหลต่อลงไปผ่านเมืองเขมราฐ ก่อให้เกิดแก่งหินที่สวยงามขึ้นอีกหลายชุดก่อนจะไปสุดท้ายออกจากประเทสไทยที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี

ระหว่างทางเดินของแม่น้ำโขงได้ก่อให้เกิดสิ่งดีๆ มากหลาย ประชาชนสองฟากฝั่งใช้แม่น้ำโขงเป็นแหล่งอาหาร แหล่งทำมาหากินด้านการเกษตรมากมาย ที่หน้าเมืองนครพนมและเมืองเวียงจันทน์เกิดเป็นหาดทรายกว้างใหญ่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามของทั้งสองประเทศ งานเทศกาลประเพณีที่เกี่ยวข้องกัยการท่องเที่ยว เช่น ประเพณีแข่งเรือ ประเพณีไหลเรือไฟ และปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคเกิดขึ้น ก่อให้เกิดการทางท่องเที่ยวอย่างกว้างขวาง

แม่น้ำมูน เป็นแม่น้ำสายกว้างใหญ่และยาวที่สุดในอีสาน เกิดขึ้นจากแนวทิวเขาสันกำแพงบางส่วน และทิวเขาพนมดงรักอีกบางส่วน แม่น้ำมูนไหลลงไปกลายเป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำโขง ตรงจุดที่แม่น้ำมูนไหลลงแม่น้ำโขงเรียกว่าแม่น้ำสองสี เมืองโขงเจียม

ส่วน แม่น้ำชี ต้นกำเนิดคือแนวเทือกเขาเพชรบูรณ์ แล้วไหลผ่านไปยังที่ราบตอนกลางของภาคอีสาน จังหวัดขอนแก่น ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร แล้วไหลมาลงยังแม่น้ำมูนที่จังหวัดอุบลราชธานี ต่อจากนั้นจึงรวมกันไหลลงแม่น้ำโขงที่ปากมูลอีกต่อหนึ่ง

4. สุดยอดความงามทุ่งดอกไม้ป่า

ในบรรพาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติหลากหลายประเภทในประเทศไทยนั้น ทุ่งดอกไม้ป่านับเป็นแหล่งท่องเที่ยวประเภทที่เที่ยวได้เที่ยวดี ใครๆ ก็ไปเที่ยวได้ ใครๆ ก็ชอบ แทบไม่มีข้อจำกัด ไม่ว่าจะเป็นอายุ เพศ วัย ความเก่งกล้าสามารถ หรือแม้กระทั่งความรอบรู้ของนักท่องเที่ยว

ภาคอีสานมีทุ่งดอกไม้ป่าอันงดงามอยู่จำนวนไม่น้อย โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติต่างๆ ที่เป็นที่รู้จักกันดี ได้แก่ ทุ่งกระเจียว จังหวัดชัยภูมิ ทุ่งดอกไม้ดินที่ป่าสมอปูน อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา-ปราจีนบุรี ทุ่งดอกไม้ดินที่ภูผาเทิบ จังหวัดมุกดาหาร กลุ่มดอกไม้ป่าบนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง จังหวัดเลย กลุ่มดอกไม้ป่าบนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว จังหวัดหนองคาย และทุ่งดอกไม้ดินที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบนราชธานี เป็นต้น

นอกจากทุ่งดอกไม้ที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีนี้แล้ว ยังมีทุ่งดอกไม้ประเภทขึ้นเองตามหัวไร่ปลายนา และทุ่งดอกไม้ปลูกเพื่อเอาน้ำมันอีกบางชนิด ที่ในฤดูกาลก็สวยงามบานสะพรั่งน่าไปเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่งอีกหลายประเภท เช่น ทุ่งดอกหญาบัว ดอกปอเทือง และทุ่งดอกทานตะวัน แถบรอยต่อจังหวัดเพชรบูรณ์และลพบุรี เป็นต้น

และจากทั้งหมดนี้ อ.ส.ท. ขอฟันธงว่า ทุ่งกระเจียว จังหวัดชัยภูมิ และ ทุ่งดอกไม้ดินบนลานหิน อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบนราชธานี มีความเป็นสุดยอดที่พอๆ กัน เนื่องเพราะบนลานดอกไม้ทั้งสองแห่งนั้น ล้วนมีการจัดการเพื่อการท่องเที่ยวเป็นอย่างดี การเข้าชมเป็นเระเบียบเรียบร้อย ขนาดของทุ่งดอกไม้เป็นพื้นที่กว้างใหญ่ เมื่อถึงฤดูกาลมีดอกไม้จำนวนมากผลิบานแน่นขนัด เที่ยวได้ไม่เบื่อ อยู่ในพื้นที่ที่มีความสะดวกในการเข้าถึงได้เป็นอย่างดี มีที่พักทั้งของภาครัฐและเอกชนบริการพร้อมพรั่ง อีกทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ รอรองรับนักท่องเที่ยวให้สามารถไปต่อยอดในที่อื่นๆ ได้อีก

5. สุดยอดอีสานก่อนประวัติศาสตร์

เหตุการณ์สนุกๆ อย่างเช่น การต่อสู้กันของไดโนเสาร์ที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งแบ่งออกเป็นยุคต่างๆ มีชื่อภาษาอังกฤษเรียกยากๆ นั้น เป็นเหตุการณ์ที่นำมาจำลองและจัดแสดงสาธิต เป็นการให้ความรู้ความบันเทิง และได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากมายจนกลายเป็นจุดเด่นหนึ่งของการท่องเที่ยวอีสานไปแล้ว

ประวัติศาสตร์ของอีสานเริ่มขึ้นตั้งแต่ยุกก่อนประวัติศาสตร์ มีการค้นพบซากกระดูกของไดโนเสาร์หลากพันธุ์หลายตระกูล ทั้งชนิดเนื้อและกินพืช โดยเฉพาะในเขตภาคอีสานตอนกลาง อันเป็นพื้นที่แถบเทืองเขาภูพาน จังหวัดกาฬสินธุ์ สกลนคร ขอนแก่น นอกจากซากไดโนเสาร์ ยังมีการค้นพบโครงกระดูกมนุษย์โบราณที่บ้านเชียง จังหวัดอุดรธานี ภาพเขียนสีที่ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นต้น

จากยุคก่อนประวัติศาสตร์ก็คลี่คลายมาสู่ยุคแห่งตำนาน เรื่องราวของเมืองโบราณต่างๆ ที่ถูกทับซ้อนอยู่ด้วยเมืองสมัยใหม่ นิทานในประวัติศาสตร์อย่างอุสา-บารสท้าวปาจิตต์กับนางอรพิมพ์ และสังข์ศิลป์ไชย ล้วนแสดงให้เห็นถึงความเป็นบ้านเป็นเมืองในยุคก่อนของอีสาน ก่อนจะถึงช่วงแห่งการเผยแพร่เข้ามาของอารยธรรมขอม และมาสุดปลายทางที่การทิ้งร้างบ้านเมืองต่างๆ ออกไปด้วยเหตุผลที่ยังคงลี้ลับ ก่อนที่กลุ่มชนไทยลาวจะอพยพโยกย้ายกันข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาอยู่อาศัยในแผ่นดินที่เคยเจริญรุ่งเรืองอยู่ก่อนหน้าแล้ว และพลิกฟื้นผืนแผ่นดินอีสานให้กลับเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีกครั้ง

ความเป็นดินแดนแห่งไดโนเสาร์นับว่าเป็นจุดเด่นที่สำคัญของการท่องเที่ยวอีสานทำให้เกิดพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ขึ้นมากมายหลายแห่ง แต่ละแห่งมีการจัดแสดงที่ทันสมัยสวยงาม ถ้าจะเทียบกับการค้นพบภาพวาดที่ผาแต้ม หรือลวดลายหม้อไหบ้านเชียงนับว่ามีจุดเด่นกันคนละด้าน แต่กับนักท่องเที่ยวชาวไทย ยังนับว่าไดโนเสาร์ได้เปรียบกว่า เพราะฉะนั้น ไดโนเสาร์จึงเป็นสุดยอดที่เหนือกว่าเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ใดๆ ของอีสานครับ

6. สุดยอดอลังการแห่งปราสาทหิน

เขมรกับไทยมีความสัมพันธ์กันมาช้านาน มีเรื่องเล่าว่า ถ้าไม่มีเขมร คนไทยก็จะหายใจไม่ได้และเดินไปไหนไม่ถูก เพราะคำว่าจมูกและคำว่าเดินมาจากภาษาเขมร ดังนั้น การมีปราสาทหินอารยธรรมขอมมากมายในดินแดนไทยจึงนับเป็นเรื่องปรกติ ไม่มีอะไรแปลกประหลาด

ปราสาทหินนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในอีสาน และมีจำนวนมากมาย ตั้งแต่ใต้สุดของจังหวัดอุบลราชธานี ไปจนถึงเหนือสุดที่พระธาตุนารายณ์เจงเวง จังหวัดสกลนคร ในบรรดาปราสาทหินอารยธรรมขอมจำนวนมากมายเหล่านี้ อาจจำแนกออกได้เป็นสิ่งก่อสร้าง 1 ประเภทใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ ศาสนสถาน ธรรมศาลาหรือบ้านมีไฟที่สร้างไว้เพื่อเป็นที่พำนักของคนเดินทาง และอโรคยศาลาหรือโรงพยาบาล ที่มีแพทย์คือ พราหมณ์ผู้ประกอบพิธีกรรมต่าง ๆ เป็นหมอ

ปราสาทหินอันเป็นที่รู้จักในภาคอีสานและเป็นสุดยอดในด้านต่างๆ ตัวอย่างเช่น ปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทหินทรายสีชมพูบนปากปล่องภูเขาไฟแห่งเมืองบุรีรัมย์ ปราสาทหินพิมาย ปราสาทที่เป็นดังตันแบบแห่งปราสาทหลายแห่งในเมืองเสียมเรียบ ปราสาทตาเมือน ที่มีทั้งอโรคยศาลาและธรรมศาลาครบครัน อยู่ใกล้ๆ ปราสาทหินพนมวัน ปราสาทสระกำแพงใหญ่ ปราสาทสระกำแพงน้อย และปราสาทศรีขรภูมิ เป็นต้น

และถ้าจะให้ยกปราสาทใดเป็นปราสาทหินสุดยอดอีสาน อ.ส.ท. เราขอยกให้ปราสาทพนมรุ้งเป็นปราสาทหินสุดยอดอีสานของไทย เหตุผลก็คือ สุดยอดทั้งความสวยงามทางด้านศิลปะสถาปัตยกรรม ตลอดจนมีสภาพที่ตั้งที่โดดเด่นท้าทาย คือตั้งอยู่บนเทือกเขาสูงตามคติจัตรวาล อีกทั้งตัวโบราณสถานก็ได้รับการบูรณะให้มีสภาพดี ให้นักท่องเที่ยวพอได้เห็นค้ารางแห่งความเจริญรุ่งเรืองในอดีต เป็นการเสริมจินตนาการในการเที่ยวชมได้แจ่มชัดยิ่งขึ้น

7. สุดยอดพระบรมธาตุงวดงามดังนิรมิต

ไม่ว่าขอมจะเป็นเขมรหรือไม่ แต่ศาสนสถานของขอมก็สร้างขึ้นด้วยหิน ส่วนไทยและลาวเราสร้างวัดและเจดีย์ด้วยอิฐและปูน ดังนั้น ในอีสานนอกจากจะมีโบราณสถานกลุ่มปราสาทหิน อันแสดงให้เห็นถึงอารยธรรมขอมที่แผ่กว้างไปทั่วแล้ว อีสานก็ยังมีอารยธรรมไทยลาวที่แผ่ขยายออกไปจนเต็มที่เช่นเดียวกัน วัดและส่วนประกอบสำคัญของวัด คือเจดีย์ ที่ถูกเรียกเป็นภาษาอีสานว่าธาตุ มีมากมายหลายแห่งในอีสานโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองเก่าแก่มาแต่โบราณกาล

พระธาตุสำคัญของอีสานอันเป็นที่รู้จัก ได้แก่ พระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม พระธาตุก่องข้าวน้อย จังหวัดยโสธร พระธาตุบังพวน จังหวัดหนองคาย พระธาตุศรีสองรัก จังหวัดเลย และพระธาตุยาคู จังหวัดมหาสารคาม เป็นต้น

ในจำนวนพระธาตุทั้งหลายแห่งนี้ ที่ถึงพร้อมด้วยความสวยงามของศิลปะอีสาน มีความใหญ่โตมโหฬารทรงคุณค่า อีกทั้งมีความสำคัยยิ่งทางจิตวิญญาณแล้ว ก็คงไม่มีธาตุแห่งไหนเกินองค์พระธาตุพนม ซึ่งไม่เพียงแต่พระธาตุพนมจะได้รับการเคารพนบนอบโดยคนไทยอีสานเราฝั่งนี้เท่านั้น แม้ในคราวงานนมัสการพระธาตุในทุกวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ชาวลาวจากอีกฟากฝั่งโขงก็ยังต่างพากันข้ามประเทศมาร่วมงานนมัสการองค์พระธาตุพนมนี้กันอย่างครึกครื้น

8. สุดยอดชาวเผ่าอีสาน สีสันของผู้คนและวัฒนธรรมประเพณี

คนอีสานนอกจากจะมีชาวอีสานลาว ซึ่งเป็นกลุ่มชนกลุ่มใหญ่ที่สุด เป็นเจ้าของวัฒนธรรมประเพณีซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของภูมิภาคแล้ว อีสานก็ยังมีกลุ่มชนต่างๆ อีกหลากหลายกลุ่มด้วยกัน เช่น กลุ่มชาวผู้ไทยหรือไทยดำ กลุ่มชาวอีสานเขมร กลุ่มชาวส่วย กลุ่มชาวมอญเขมรโบราณ เช่น ชาวบนหรือญักุร ชาวข่าหรือขมุ กลุ่มชาวไทยย้อ กลุ่มชาวไทยกระโส้ ตลอดจนกลุ่มชาวไทยโคราช เป็นต้น

กลุ่มชาวไทยต่างๆ เหล่านี้แหละ ที่เป็นสีสันและเป็นเจ้าของกิจกรรมทางวัฒนธรรมประเพณีในแง่มุมต่าง ๆ ทั้งงานศิลปหัตถกรรม อาหาร ภาษา บทเพลง บทกวีต่างๆ อีกมากมายหลากหลาย ในแต่ละชาวเผ่าต่างก็มีรูปแบบที่เป็นตัวของตัวเองโดยเฉพาะ และใช้รูปแบบกลางๆ ที่เป็นของภูมิภาคอีสานร่วมกัน ตัวอย่างเช่น ในแทบทุกชนเผ่าในภาคอีสานต่างก็มีประเพณีบายศรีสู่ขวัญเป็นประเพณีร่วมกัน แต่รายละเอียดในพิธีกรรมจะแตกต่างกันไปในแต่ละชนเผ่า ตัวอย่างเช่น การต้อนรับแขกเหรื่อด้วยการดวลเหล้าจากไห ชาวลาวทั่วไปจะใช้คำเรียกว่าดูดอุ แต่ชาวผู้ไทยจะเรียกว่าชนช้าง เป็นต้น และอีกตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ บทเพลงหรือบทกวีของชาวผู้ไทยที่มีแนวทางฉันทลักษณ์และทำนองเป็นของตนเอง แต่ภาษาที่ใช้ในเพลงก็อาจจะใช้ภาษาที่ไม่เฉพาะเจาะจง อาจจะเป็นภาษาผู้ไทยหรือไทยอีสานรวมๆ กันไปก็ได้

และชาวเผ่าที่เรา อ.ส.ท. ขอยกย่องให้เป็นสุดยอดของอีสาน นอกจากชาวไทยลาวที่มีจำนวนมากที่สุด มีทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นพื้นฐานสำคัญของวัฒนธรรมประเพณีอีสานแล้ว ชาวผู้ไทยและชาวไทยเขมรต่างก็มีบทบาทและมีวัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิตที่เป็นตัวของตัวเอง เป็นสีสันที่ช่วยกันทำให้อีสานเป็นแผ่นดินแห่งความเจิดจ้าและร่ำรวยด้วยทรัพยากรแห่งศิลปวัฒนธรรมโดดเด่นมานับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ท้ายที่สุดของสุดท้ายแห่งอีสานคลาสสิก และ 8 สุดยอดที่ราบสูงอีสานนี้ เรา อ.ส.ท. ขอสงวนสิทธิ์ว่าเรื่องราวที่กล่าวถึงมาทั้งหมดนี้ มิใช่การลงคะแนนเสียงจากผู้อ่านเหมือนกับที่นิตยสาร Travel+Leisure ลงคะแนนให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ดีที่สุดในการเดินทางมาท่องเที่ยว หรือมิได้เป็นความเห็นของผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์และโบราณคดีใดๆ แต่ทั้งหมดที่กล่าวถึงนี้ เป็นเพียงประสบการณ์จากการเดินทางท่องเที่ยวหลายครังหลายหนนานนับได้หลายสิบปีของชาว อ.ส.อ. เราทั้งนั้น

 

 

ขอบคุณหนังสือ อ.ส.ท. โดย อภินันท์ บัวหภักดี  และ travel.kapook.com

 

 

 

 

 

 

 

 

Tags: อีสาน,เที่ยว,ปราสาทหิน
0 ความเห็น

ถนนคนเดิน เมืองกาญจนบุรี
เขียนในหมวด (เที่ยว) เมื่อ 3 Aug 2009 : 12:54  ผู้เข้าชม
ณ จุดที่แม่น้ำแควน้อยไหลมาบรรจบกับแม่น้ำแควใหญ่ เป็นชัยภูมิซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงใช้สร้างเมืองใหม่ในปีพ.ศ. 2374 และได้ขยับขยายบ้านเมืองสืบทอดวิถีผู้คนผ่านยุคล่าสมัยอาณานิคม สงครามโลก เรื่อยมาจนเป็นเมืองกาญจนบุรีในปัจจุบัน นับได้เป็นระยะเวลาถึง 177 ปีแล้ว


ถนนปากแพรก

ย่านชุมชนเก่าแก่ของเมืองกาญจน์ที่ขนานไปกับน้ำแควใหญ่ ใกล้กำแพงเมือง มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์พร้อมกับสร้างเมืองในยุคแรกๆ บริเวณนี้เป็นย่านการค้าสำคัญ เนื่องจากใกล้ชุมทางขนส่งทางน้ำของกาญจนบุรี ปัจจุบันเป็นจุดที่เชื่อมโยงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในตัวเมืองกาญจน์หลายแห่ง อาทิ กำแพงประตูเมืองเก่า ศาลหลักเมือง พิพิธภัณฑ์สงครามวัดใต้ และยังอยู่ใกล้ท่าน้ำหน้าเมืองที่มีเรือแพท่องเที่ยวมากมาย



สิ่งก่อสร้าง และสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ

มีทั้งโบราณสถาน บ้านเรือนร้านค้าแบบไม้และตึก ส่วนใหญ่เป็นรูปทรงแบบจีนและตะวันตก ก่อสร้างอยู่รวมกันตลอดเส้นทางสายนี้ เป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร



ประตูเมืองเก่า

รัชกาลที่ 3 ได้ทรงย้ายเมืองกาญจนบุรีจากลาดหญ้า มาตั้งยังอยู่ที่ปัจจุบัน ประตูเมืองก่อด้วยอิฐ ด้านบนตัวอักษรระบุปี พ.ศ. 2374 ที่สร้างเมือง ด้านหน้าประตูมีพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 3 ส่วนด้านข้างเป็นแนวกำแพงเมืองเก่า


บ้านแต้มทอง

บ้านตึกหลังแรกของกาญจนบุรี สร้างในสมัยรัชกาลที่ 4 เดิมเป็นร้านค้าขายของหลายอย่าง รวมทั้งเครื่องยาจีน และทอง อยู่บริเวณช่วงกลางถนนปากแพรก ปัจจุบันเป็นบ้านพักอาศัย มีลูกหลานอาศัยอยู่นับเป็นรุ่นที่ 4 แล้ว บรรพบุรุษคือ นายฮะฮ้อ แต้มทอง (แซ่อื้อ) ชาวจีนซึ่งมาตั้งรกรากที่เมืองกาญจน์ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 และได้กลับไปเมืองจีนนำช่างจีนกลับมาสร้างบ้านพร้อมเตียงดำ ซึ่งปัจจุบันบ้านนี้มีอายุประมาณ 150 ปี สถาปัตยกรรมแบบจีนยังคงสภาพสมบูรณ์เหมือนเดิมทุกอย่าง




บ้านสิทธิสังข์

ตึกเก่า 2 ชั้นติดกัน 3 คูหา สไตล์โคโลเนียล บานประตูเฟี้ยม ระเบียงชั้นบนทำเป็นช่องโค้ง ปัจจุบันได้รับการตกแต่งทาสีใหม่ให้เป็นร้านกาแฟร่วมสมัยภายใต้โครงสร้างเดิม มีบริการเครื่องดื่มและขนมหวานต่างๆ




โรงแรมสุมิตราคาร

โรงแรมแห่งแรกของจังหวัดกาญจนบุรี ปัจจุบันไม่ได้ดำเนินกิจการแล้ว ลักษณะเป็นตึกแถว 2 ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ 5 คูหา เป็นที่เช่านอนของทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันด้านล่างเปิดเป็นร้านขายของชำทั่วไป


บ้านบุญผ่อง แอนด์ บราเดอร์

เป็นตึก 3 ชั้น บ้านของนายบุญผ่อง สิริเวชชะพันธุ์ ผู้ที่มีบทบาทอย่างมากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นผู้จัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคให้กับทหารญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในเสรีไทยที่ได้แอบช่วยฝ่ายพันธมิตรและเชลยศึก




นอกจากนี้ยังมีอาคารที่น่าสนใจอื่น ๆ อาทิ ศาลเจ้าแม่กวนอิม บ้านคชวัตร บ้านเดิมของสมเด็จพระสังฆราช บ้านชวนพานิช ร้านบุญเยี่ยมเจียระไน ฯลฯ





แม้ถนนสายนี้จะผ่านกาลเวลาเนิ่นนานมาเกือบสองร้อยปี ชาวชุมชนที่อาศัยสืบทอดต่อเนื่องกันมานับแต่อดีตยังคงรักษาร่องรอยทางประวัติศาสตร์ไว้ได้ด้วยความภาคภูมิใจและได้ร่วมใจจัด ถนนคนเดิน โดยฟื้นความคึกคักมีชีวิตชีวาของถนนเก่าสายนี้ ในทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่ตอนเย็นแดดล่มลมตกไปจนถึงยามค่ำคืน ด้วยความเข้มขลังของตึกรามบ้านช่องแบบเก่าๆ ดั้งเดิม ผสมผสานกับกิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรม งานศิลปะต่าง ๆ รวมทั้งสินค้าอาหารแบบโบราณและร่วมสมัยมากมาย ทำให้ถนนคนเดินแห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาดบรรจุไว้ในโปรแกรมท่องเที่ยว ในยามที่มาพักผ่อนที่เมืองกาญจนบุรีในวันสุดสัปดาห์





travel.kapook.com

 

 

 

 

 

 


 

Tags: ถนน,กาญจนบุรี,เที่ยว
0 ความเห็น

เที่ยวสบายใจกลางกรุง
เขียนในหมวด (เที่ยว) เมื่อ 25 Jul 2009 : 10:29  ผู้เข้าชม

ย่ายราชประสงค์ถือเป็นแหล่งท่องเทียวในกรุงเทพ ที่ผสมผสานวัฒนธรรม ความเชื่อ ที่นี่เหมือนเป็นแหล่งเดียวในกรุงเทพที่นักท่องเที่ยวสามารถหาความสุขได้ครบ ทั้ง กิน ดื่ม เที่ยว รวมไปถึงการได้ไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ประดิษฐานอยู่ในที่แห่งนี้ด้วย ซึ่งแต่ละองค์มีความสำคัญและจุดเด่นแตกต่างกันไป เช่น




ท้าวมหาพรหม : เป็นศาลตั้งอยู่หน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพนับถือจากทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ในแต่ละวันจะมีผู้คนมาสักการะบูชากันอย่างไม่ขาดสาย มีการจัดคณะทัวร์จากต่างประเทศเพื่อเข้ามาสักการะท้าวมหาพรหมโดยเฉพาะ



พระอินทร์ : ตั้งอยู่บริเวณอัมรินทร์ พลาซ่า บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เป็นเทพเจ้าที่ยิ่งใหญ่ในดินแดนแห่งพระอินทร์ พระองค์มีตา 1,000 ดวง ดังนั้น พระองค์จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ดูแลความสุขและความทุกข์ของมวล พระองค์จะประทานสิ่งมงคล ลาภ ยศ สรรเสริญให้กับผู้ที่มาขอพร



พระนารายณ์ทรงสุบรรณ : ตั้งอยูู่่บริเวณหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนลตัล บริเวณสี่แยกราชประสงค์ นับเป็นเทพในศาสนาพราหมณ์ที่มีความสำคัญอีกพระองค์หนึ่ง เพราะมีหน้าที่คุ้มครองแลดูแลรักษาทั้ง 3 โลก ตามความเชื่อของชาวฮินดู มีความเชื่อกันว่าใครบูชาท่านแล้วจะได้รับความคุ้มครอง และมีโชคลาภ แต่จะต้องเป็นคนมีสัจจะ รักษาศีล รวมทั้งเจริญภาวนาเป็นที่ตั้ง



พระแม่ลักษมี : ตั้งอยู่ที่บริเวณดาดฟ้าชั้น 4 ของศูนย์การค้าเกษร ถือเป็นเทวีแห่งความงดงาม ความร่ำรวย และความอุดมสมบูรณ์ พระองค์มักประทานความสำเร็จในการประกอบกิจการ การเจรจาต่อรอง การทำมาค้าขาย การประกอบธุรกิจทุกสาขา ตลอดจนประทานโภคทรัพย์ เงินทอง สมบัติ แก่ผู้หมั่นบูชาพระองค์และประกอบความดีอยู่เป็นนิจ



พระตรีมูรติ : ตั้งอยู่บริเวณหน้าห้างอิเซตัน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พระตรีมูรติคืออวตารรวมของพระเป็นเจ้าสูงสุดทั้ง 3 องค ์ในศาสนาพราหมณ์ อันได้แก่ พระพรหม (ผู้สร้าง) พระนารายณ์ (ผู้ปกป้องรักษา) และพระอิศวร (ผู้ทำลาย) ซึ่งเป็นเทพอีกหนึ่งองค์ที่มีผู้คนแห่มาเคารพบูชามากมาย เพื่อขอให้ประสบความสำเร็จในเรื่องของความรัก คนส่วนใหญ่เชื่อว่าการบูชาพระตรีมูรติจะทำให้ชีวิต มีความอุดมสมบูรณ์ ในชีวิต ความรัก และการงาน ความเชื่อของชาวไทยต่อพระตรีมูรติ คือ พระองค์เป็นเทพเจ้าแห่งความรักโดยเฉพาะในหมู่หนุ่มสาวที่เคารพและบูชา พระองค์ ในวันวาเลนไทน์มักมีผู้คนมากมายมาบูชาและขอพรจากพระตรีมูรติ นอกจากนี้ ยังมีความเชื่ออีกว่าทุกวันพฤหัสบดี เวลา 21.30 น. เป็นเวลาที่พระตรีมูรติจะลงมาประทานพรให้ผู้คนที่บูชาพระองค์ท่าน



พระพิฆเนศวร : ตั้งอยู่บริเวณหน้าห้างอิเซตัน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ พระพิฆเนศถือเป็นเทพเจ้าแห่งสรรพมงคล ทั้งด้านศิลปะ ความสำเร็จ ความมั่งคั่ง ความสมบูรณ์พูนสุข ขจัดอุปสรรคความขัดข้อง ดังนั้น หากต้องการประกอบกิจการงานใดให้สำเร็จ ก็ควรจะบูชาพระพิฆเนศเสียก่อน และผูกพันกับสังคมไทยมาเป็นเวลาช้านาน





 

travel.kapook.com

Tags: เที่ยว,กรุงเทพ,สักการะ,ราชประสงค์
0 ความเห็น

10 แหล่งท่องเที่ยวเสน่ห์วสันตฤดู
เขียนในหมวด (เที่ยว) เมื่อ 20 Jul 2009 : 09:04  ผู้เข้าชม
ใครจะรู้ว่าบ้างว่าหลัง จากเม็ดฝนที่โปรยปรายจะเนรมิตเสน่ห์ความสดชื่น ของท้องฟ้า สายน้ำ ผืนป่า และพืชพรรณ ให้สวยงามได้ขนาดนี้ ฟ้าฝนไม่ใช่อุปสรรคสำคัญ สำหรับการก้าวเดินของเหล่าบรรดาผู้ที่หลงรักการท่องเที่ยว เพราะในทุกฤดูฝน ความงามที่แตกต่างของธรรมชาติจะปรากฎให้เห็นในมุมมองใหม่ที่สดชื่นกว่าเดิม สามารถเรียกพลังความสดใสกลับมา

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือ สทน. ประเมินสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจช่วงฤดูฝน ให้เป็นทางเลือกแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการใช้เวลาว่างช่วงฤดูฝนเก็บเกี่ยว ประสบการณ์ใหม่ๆ โดยผ่านบริษัททัวร์ที่ชำนาญและมีไอเดียสร้างสรรค์การท่องเที่ยวใหม่ๆ หรือว่าอาจลองเดินทางด้วยตนเอง เพื่อร่วมด้วยช่วยกันในการฟื้นการท่องเที่ยวไทย

เริ่มจากการเดินทางระยะไกลๆ กันที่ 1 จังหวัดนครศรีธรรมราช มีโปรแกรม "เที่ยวป่าและน้ำตกกรุงชิง"ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช ที่ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติสูงมากเป็นป่าดิบชื้นที่แน่นทึบ ตั้งแต่ราบต่ำถึงเชิงเขา ทำให้ที่นี่นับเป็นแหล่งดูนกที่น่าสนใจที่สุดแห่งหนึ่งของภาคใต้ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวรรค์ของนกแดนใต้" ขณะที่น้ำตกกรุงชิงเองไม่น้อยหน้า เพราะมีความสูงถึง 7 ชั้น และความงามที่แตกต่างในแต่ละชั้นให้ได้ประหลาดใจ





ขึ้นมาภาคเหนือภูมิใจเสนอ 2 โปรแกรมเที่ยว ป่าเพชรบูรณ์ "อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว"ซึ่งความแปลกตาของป่าผืนนี้คือ ป่าสน ที่อายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี ทำให้ต้นสนที่นี่สูงลิบตา 30-40 เมตร ตระหง่านเรียงรายตัดกับพื้นหญ้าเขียวขจีบนภูเขาเพชรบูรณ์ที่สลับซับซ้อน ผสมกับอากาศหนาวเย็นปกคลุมตลอดปี เย้ายวนให้นักท่องเที่ยวเร่งฝีเท้าเข้ารับความสดชื่นในป่าผืนนี้ซ้ำแล้วซ้ำ อีก

ก่อนเดินทางไปที่ จุดหมายที่ 3 อำเภอเชียงดาวจังหวัดเชียงใหม่ มีอะไรมากกว่าที่คิด เพราะที่นี่ "อุทยานแห่งชาติเชียงดาวและดอยผาแดง"ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำปิงและแม่แตง มีความอุดมสมบูรณ์ของป่ามากแห่งหนึ่งของภาคเหนือ โดยมีทิวทัศน์ที่สวยงามบนยอดดอยเป็นเป้าหมายที่ท้าทายสำหรับภาระกิจการเดิน ทางเที่ยวป่าครั้งนี้

หากต้องการสถานที่สำหรับครอบครัว 4 "อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่"ที่ครอบคลุม 4 จังหวัด คือ จังหวัดสระบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก ยังเป็นคำตอบที่ดีด้วย สมญานามแห่งการเป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน ทำให้ที่นี่แม้เป็นฤดูฝน แต่สภาพบนเขาใหญ่ก็ชุ่มฉ่ำ ป่าไม้ทุ่งหญ้าเขียวขจีสดสวย น้ำตกทุกแห่งไหลแรงส่งเสียงดังก้องป่า ให้ชีวิตชีวาแก่ผู้ไปเยือน




สถานที่แห่งที่ 5 ขอแนะนำ "อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า"ตั้งครอบคลุมพื้นที่รอยต่อของสองจังหวัด คือ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย และอำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งในหน้าฝนนั้นเส้นทางที่เดินไปยังจุดท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งลานหินปุ่ม ผาชูธง หรือลานหินแตก ปรากฎความเขียวชะอุ่มของมอสสีเขียวสดตัดกับแนวพื้นหิน และทิวป่า 3 ประเภททั้ง ป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา และป่าสนเขาที่ถ่ายทอดความสุนทรีย์ของวอลล์เปเปอร์ธรรมชาติได้ต่างกัน

ใครอยากได้ความเร้าใจกับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จุดหมายที่ 6 โปรแกรม "ล่องแก่งลำน้ำเข็ก"ที่ จังหวัดพิษณุโลก การันตีได้ถึงความมันส์ เพราะความท้าทายในการล่องแก่งช่วงกลางของลำน้ำแห่งนี้ ถือว่ามีระดับความยากสูงระดับ 5 ของการล่องแก่งอันดับต้นๆ ของสายน้ำในประเทศไทย

หากยังต้องการเพิ่มดีกรีความตื่นเต้นจากกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงผจญภัย แหล่งที่ 7 ขอแนะนำลำน้ำที่เชี่ยวกรากอีกที่อย่าง "แก่งหินเพิง"จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งกิจกรรมล่องแก่งจะเริ่มต้นขึ้นในทุกช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี หรือช่วงหน้าน้ำที่จะช่วยเติมเต็มความสนุกสนามจากการล่องแก่งได้มากที่สุด ระยะทางการล่องแก่งที่นี่ยาว 2.5 กิโลเมตรและมีระดับความยากถึงระดับ 5 เช่นกัน

สถานที่แห่งที่ 8 เป็นการผสมผสานระหว่างความท้าทายเหนือสายน้ำ และทิวทัศน์บรรยากาศธรรมชาติที่ถูกสร้างสรรค์อย่างสวยงาม นั่นคือ "วังตะไคร้"จังหวัดนครนายก ที่นี่นอกจาก น้ำตกจำลอง สวนไม้ดอกคุณท่าน และสระปทุมแล้ว ในฤดูฝนหลากการล่องแก่งห่วงยาง หรือแก่งแพยาง หรือจะเป็นกิจกรรมที่รอให้หลายๆ คนฝ่าฝนออกมาค้นหา






2 สถานที่สุดท้ายในผืนแผ่นดินใกล้ๆ กัน ที่จังหวัดตาก นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มต้นท่องเที่ยวจากแห่งที่ 9 "เมืองอุ้มผาง"ที่มีผืนป่าบริสุทธิ์ ไว้ให้ทอดน่องยลทัศนียภาพและอากาศบริสุทธิ์ของป่า หรือจะเลือกการนั่งช้างมองมุมสูง แวะสัมผัสกระแสน้ำตกสายที่กระเซ็นสดชื่น

หลังจากนั้นยังสามารถออกเดินทางออกจากอุ้มผางสู่จุดหมายสุดท้ายที่ 10 "ทีลอซู"ด้วยการล่องแพ เมื่อใช้แพยางหรือไม้ไผ่ลัดเลาะสารพันแก่งสู้สายน้ำ ไปถึงน้ำตกทีลอซู ก็สุดจะคุ้มค่าแล้ว กับความงามของหนึ่งในน้ำตกที่ยิ่งใหญ่ด้วยความสูง 300 เมตร

สำหรับคนที่ตกลงปลงใจเก็บ กระเป๋าย่ำเท้าเที่ยวหน้าในฝนนี้ คงต้องมองหาความปลอดภัยโดยการศึกษาข้อมูลสภาพฟ้าฝนและการเดินทางก่อนนะคะ เพราะบ่อยครั้งน้ำมากเกินไป หรือฝนตกหนักจนดินถล่มก็อาจเป็นอุปสรรคและอันตรายต่อการเดินทางได้

 

 

ที่มา travel.kapook.com

Tags: ท่องเที่ยว,สถานที่
0 ความเห็น

ไหว้พระ 9 วัดในกรุงเทพ เสริมสิริมงคล
เขียนในหมวด (เที่ยว) เมื่อ 4 Jul 2009 : 08:49  ผู้เข้าชม

วันหยุดยาว ช่วงเข้าพรรษานี้ใครที่ไม่รู้จะไปที่ไหนดี วันนี้เราขอชวนไปไหว้พระ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ ชีวิต ซึ่งวัดเหล่านี้เป็นสถานที่สำคัญของกรุงเทพก็ว่าได้ งั้นเราไม่กันเลย





วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เพื่อความเป็นสิริมงคล " ไหว้พระแก้วมรกต แก้วแหวน เงินทองไหลมาเทมาตลอดปี "

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 1 ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต ที่พระระเบียงมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องรามเกียรติ์ที่วิจิตรงดงามมาก นอกจากนี้ยังมี ปราสาทพระเทพบิดร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปรัชกาลที่ 1-8 พระศรีรัตนเจดีย์ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ หอพระราชพงศานุสรณ์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำรัชกาล ของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ทรงคุณค่าที่น่าสนใจอีกมาก

เครื่องสักการะ ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกไม้

การเดินทางไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)
สถานที่ตั้ง
บริเวณสนามหลวง ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร
การเดินทาง โดยรถประจำทางสาย 1, 3, 25, 32, 33, 59, 60, 70, 82, 91, 201, 203, ปอ. 2, 3, 6, 25, 32, 59, 60, 70, 82, 201, 203, 512





วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) เพื่อความเป็นสิริมงคล " ไหว้พระนอนวัดโพธิ์ อยู่ดีกินดีตลอดปี "

วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เดิมชื่อวัดโพธาราม รัชกาลที่ 3 ทรงมีพระราชประสงค์ให้เป็น มหาวิทยาลัยสำหรับประชาชน มีการรวบรวมสรรพวิชาความรู้มาจารึกบนแผ่นศิลา ติดไว้บริเวณพระอุโบสถ ภายในพระอุโบสถมี พระพุทธเทวปฏิมากร และมีพระวิหาร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ที่สวยงามที่สุด ปัจจุบันวัดโพธิ์เปิดอบรมเผยแพร่วิชาแพทย์แผนโบราณ โดยผู้ผ่านการอบรม จะได้รับใบประกอบโรคศิลป์จากกระทรวงสาธารณสุข

เครื่องสักการะ ธูป 9 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว 11 แผ่น

การเดินทางไปยังวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง
ด้านหลังพระบรมมหาราชวัง ถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร
การเดินทาง โดยรถประจำทางสาย 82, 91, ปอ. 32, 44, 91





วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร  เพื่อความเป็นสิริมงคล "พบแต่สิ่งดีงามในชีวิต"

เป็นวัดโบราณ เดิมชื่อ "วัดใหม่" กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพในรัชกาลที่ 3 ทรงสถาปนาขึ้นใหม่ เมื่อรัชกาลที่ 4 ทรงผนวช ได้เสด็จมาประทับและทรงตั้งคณะสงฆ์ธรรมยุตติกนิกายขึ้นที่วัดนี้เป็นครั้ง แรก ถือเป็นวัดที่สำคัญแห่งหนึ่งเพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 9 ทรงผนวช ณ วัดแห่งนี้ ภายในพระอุโบสถ มีภาพเขียนฝีมือขรัวอินโข่ง และประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ เช่น พระสุวรรณเขต พระพุทธชินสีห์ พระนิรันตราย และพระพุทธนินนาท

เครื่องสักการะ ธูป 9 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 3 ดอก

การเดินทางไปยังวัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร
สถานที่ตั้ง
ถนนพระสุเมรุ ย่านบางลำพู เขตพระนคร
การเดินทาง โดยรถประจำทางสาย 3,9,64,65,53,56,68
หมายเหตุ : เวลาที่เหมาะสมสำหรับการเดินทางไปไหว้พระเก้าวัด คือเวลา 09.00 - 16.00 น. ของทุกวัน ควรแต่งกายสุภาพ และเพื่อความสะดวกในการเดินทาง ควรไปด้วยรถประจำทาง หรือบริการขนส่งสาธารณะ เนื่องจากสถานที่จอดรถมีจำนวนจำกัด





วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร  เพื่อความเป็นสิริมงคล "เสริมสร้างความคิด อันเป็นสิริมงคล"

ตั้งอยู่ที่ปากคลองมหานาค เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อ "วัดสะแก" รัชกาลที่ 1 ได้ทรงสถาปนาขึ้นใหม่แล้วพระราชทานนามว่า "วัดสระเกศ" มีพระบรมบรรพต หรือ ภูเขาทอง ซึ่งรัชกาลที่ 4 ทรงดัดแปลงจากพระปรางค์ที่ทรุดพังลง โดยแปลงเป็นภูเขาและก่อเจดีย์ไว้บนยอด ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

เครื่องสักการะ ธูป 9 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 3 ดอก

การเดินทางไปยังวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง ถนนจักรพรรดิพงษ์ แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
การเดินทาง โดยรถประจำทางสาย 8, 15 ,37, 47, 49 เรือโดยสาร เรือล่องคลองแสนแสบ ลงที่ท่าผ่านฟ้าลีลาศ





วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง) เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้พระวัดอรุณชีวิตโรจน์รุ่ง"

วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อวัดมะกอก เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 ภายในวัดมีพระปรางค์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พระอุโบสถประดิษฐาน พระพุทธธรรมมิศรราชโลกธาตุดิลก ซึ่งรัชกาลที่ 2 ทรงปั้นหุ่นและพระพักตร์ด้วยฝีพระหัตถ์พระองค์เอง

เครื่องสักการะ ธูป 3 ดอก เทียนคู่

การเดินทางไปยังวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง ข้างกองทัพเรือ ถนนอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกใหญ่
การเดินทาง โดยรถประจำทางสาย 19, 57  เรือโดยสารข้ามฟากจากท่าเตียน ขึ้นที่ท่าวัดอรุณฯ





วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร  เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้พระวัดสุทัศนฯ มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีเสน่ห์แก่บุคคลทั่วไป"

วัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 8 เดิมชื่อ วัดมหาสุทธาวาส ภายในพระวิหารมี พระศรีศากยมุนี ซึ่งอัญเชิญมาจากสุโขทัย เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ถอดแบบมาจากพระวิหารพระมงคลบพิตร กรุงศรีอยุธยา ส่วนที่พระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธตรีโลกเชฏฐ์ ปางมารวิชัย และยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง อันเป็นฝีมือช่างชั้นครูในสมัยรัชกาลที่ 3 อีกด้วย

เครื่องสักการะ ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม

การเดินทางไปยังวัดสุทัศน์เทพวรารามราชวรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง
บริเวณเสาชิงช้า ตรงข้ามศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร แขวงเสาชิงช้า เขตพระนคร
การเดินทาง โดยรถประจำทาง สาย 10, 12, 42 ปอ. 42





วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร  เพื่อความเป็นสิริมงคล "ไหว้พระวัดชนะสงคราม อุปสรรคร้ายพ่ายแพ้"

วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท สร้างสมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้เป็นวัดพระสงฆ์ฝ่ายรามัญ มีพระพุทธรูปปั้งลงรักปิดทอง ปางมารวิชัย พระนามว่า พระพุทธนรสีห์ตรีโลกเชฎฐ์ มเหทธิศักดิ์ปูชนียะชยันตะโคดมบรมศาสดา อนาวรญาณ

ไหว้พระประธานในโบสถ์และรูปเคารพสมเด็จกรมพระราชวัง บวรมหาสุรสิงหนาท (บุญมา)ผู้นับถือความซื่อสัตย์
เครื่องสักการะ ธูป 3 ดอก เทียน 1 เล่ม ดอกบัว 1 ดอก

การเดินทางไปยังวัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง
ถนนจักรพงษ์ แขวงบางลำพู เขตพระนคร
การเดินทาง โดยรถประจำทางสาย 33, 64, 65, ปอ. 32, 64, 65





วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคล " ไหว้พระวัดระฆัง มีชื่อเสียงโด่งดังตลอดปี "

วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร หรือวัดระฆัง เป็นพระอารามหลวงชั้นโท เดิมชื่อ วัดบางว้าใหญ่ สร้างตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน พระประธานยิ้มรับฟ้า เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สมเด็จพระราชาคณะในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อไปสักการะสมเด็จพุฒาจารย์ ให้ขอพรโดยการสวดคาถาชินบัญชร แล้วปักธูปที่กระถาง และปิดทองที่รูปปั้น เสร็จแล้วพรมน้ำมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล

เครื่องสักการะ ธูป 3 ดอก เทียนคู่ ทองคำเปลว

การเดินทางไปยังวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง ถนนอรุณอัมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย
การเดินทาง โดยรถประจำทางสาย 19, 57
ทางเรือ โดยเรือด่วนเจ้าพระยา ลงที่ท่าเรือรถไฟหรือท่าวังหลัง หรือข้ามฟากที่ท่าช้าง แล้วขึ้นที่ท่าเรือวัดระฆัง





วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร  เพื่อความเป็นสิริมงคล " ไหว้หลวงพ่อซำปอกง เดินทางปลอดภัยดี มีมิตรไมตรีที่ดี"

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นโท สร้างขึ้นเมื่อสมัยราชกาลที่ 3 เป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธไตรรัตนนายก หรือหลวงพ่อโต หรือเรียกตามแบบจีนว่า ซำปอฮุดกง หรือ ซำปอกง

เครื่องสักการะ ธูป 3 ดอก เทียนแดงคู่ ดอกไม้พวงมาลัย

การเดินทางไปยังวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร
สถานที่ตั้ง แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี
การเดินทาง โดยรถประจำทาง สาย 40, 57, 149, ปอ. 177
ทางเรือ ข้ามเรือข้ามฟากที่ท่าเรือปากคลองตลาด มาท่าเรือวัดกัลยาฯ


me-dzine.com

 

Tags: ไหว้พระ,วัด,กรุงเทพ
1 ความเห็น

ความเจริญของดูไบ
เขียนในหมวด (เที่ยว) เมื่อ 27 Jun 2009 : 08:37  ผู้เข้าชม
ความเจริญของดูไบ1
ในปี 2004
ในปี 2004



















 

Dubai Waterfront หากสร้างเสร็จแล้วก็จะกลายเป็นเมืองริมน้ำที่มีขาดใหญ่และเจริญที่สุดในโลก
Dubai Waterfront หากสร้างเสร็จแล้วก็จะกลายเป็นเมืองริมน้ำที่มีขาดใหญ่และเจริญ

สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ใช้เวลาสร้างในระยะ 5 ปี รวมทั้งเกาะที่มีรูปร่างเหมือนต้นปาล์มด้วย
สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้ใช้เวลาสร้างในระยะ 5 ปี รวมทั้งเกาะที่มีรูปร่างเหมือน

นี่คือ hydropolis เป็นโรงแรมใต้น้ำแห่งแรกของโลก ส่วนต่างๆ ของโรงแรมสร้างที่เยอรมันทั้งหมดและจะนำมาประกอบกันที่ดูไบ กำหนดสร้างเสร็จคือปี 2009 หลังจากล่าช้ามานาน


http://fwmail.teenee.com


Tags: ดูไบ
0 ความเห็น

page : 1 2  
 


เรื่องที่เขียนล่าสุด
ดูเรื่องทั้งหมด

อัลบั้มล่าสุด
ดูอัลบั้มทั้งหมด

คลิปวีดีโอล่าสุด
02 ธ.ค. 2552 14:37
ดู 134 ครั้ง
17 พ.ย. 2552 9:56
ดู 124 ครั้ง
07 พ.ย. 2552 9:32
ดู 116 ครั้ง
12 ต.ค. 2552 10:46
ดู 93 ครั้ง
ดูคลิปวีดีโอทั้งหมด
 
Copyright(c)2008-2009 EDTguide.com All rights reserved