Click
ribbon

EDTguide กิน ดื่ม เที่ยว ร้านอาหารแนะนํา

เที่ยววัด

รวม เที่ยววัด ใน EDTguide

วัดเจดีย์หอย

วัดเจดีย์หอย

ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลบ่อเงิน วัดนี้เมื่อพ.ศ.2523 มีฐานะเป็นสำนักสงฆ์ ต่อมามีการขุดพบซากหอยนางรมยักษ์ที่อยู่ในเขตวัด มีอายุกว่า 1,000 ปี จำนวนมาก หลวงพ่อทองกลึงจึงนำซากหอยโบราณมาก่อเป็นเจดีย์ขึ้น จึงเรียกว่า เจดีย์หอย

วัดหทัยนเรศวร์ นครปฐม

วัดหทัยนเรศวร์ นครปฐม

วัดหทัยนเรศวร์เริ่มต้นมาจากการสร้างเป็นสำนักสงฆ์ ตั้งแต่ปี 2532 เพื่ออุทิศเป็นพระราชกุศลแด่องค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช จุดสังเกตที่เห็นได้ง่ายเมื่อมาถึงคือซุ้มประตูวัด ด้านหน้าจะมีรูปปั้นไก่ตัวใหญ่ 2 ตัวยืนอยู่ทั้งด้านซ้ายและขวา พระอุโบสถเป็นพระอุโบสถลอยฟ้า คือตัวพระจะอยู่ชั้น 2 คนส่วนใหญ่ที่มาที่นี่มักจะมาสักการะพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

วัดมิ่งเมือง เชียงราย

วัดมิ่งเมือง เชียงราย

วัดมิ่งเมือง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2513 เป็นวัดไทยใหญ่ สมัยก่อนมีชุมชนไทยใหญ่อยู่เรียกว่า วัดเงี้ยว หรือ วัดช้างมูบ (ช้างมอบ) การก่อสร้างตามชาวบ้านศรัทธาเล่าว่า ผู้สร้างวัดมิ่งเมือง ชื่อ ตะแม่ศรี มีศักดิ์เป็นมเหสีของพ่อขุนฯ เป็นชาวพม่า เวลานี้มีการบูรณะเจดีย์โบราณของวัด พบจารึกบนแผ่นเงินจารึกเป็นภาษาพม่า แปลออกมาเป็นผู้สร้างจากเจดีย์ โบราณในวัด ภาษายังมีปรากฏอยู่เป็นศิลปะผสมระหว่างพม่าและล้านนา ที่สำคัญถ้าหากเป็นจริงอย่างจารึก วัดนี้ก็มีอายุเท่ากับเมืองเชียงราย และมีหลักฐานที่สำคัญหลายชิ้นที่บอกว่า เป็นวัดที่ชาวพม่าสร้างไว้ก่อน วัดมิ่งเมืองอยู่ติดกับประตูไก่ดำ เพี้ยนมาเป็นสี่แยกสะพานดำ หรือคนเมืองเชียงราย เรียกสี่แยกขัวดำ ส่วนหลักฐานอื่นถือว่าเป็น วัตถุโบราณของวัดมีบ่อน้ำโบราณ เรียกว่าบ่อน้ำช้างมูบ เป็นศิลปะแบบไทยใหญ่มีซุ้มครอบไว้บนหลังช้างหมอบ ชาวบ้านผ่านไปมาก็เรียกว่าช้างมูบ และเรียกชื่อวัดนี้ว่า "วัดจ้างมูบ"

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ร้อยเอ็ด

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ร้อยเอ็ด

พระมหาเจดีย์ชัยมงคล ถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2528 ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุอันเป็นที่เคารพสักการะของผู้คนมากมาย พระมหาเจดีย์ชัยมงคลได้กรมศิลปากรมาออกแบบการก่อสร้างให้ โดยเป็นแบบศิลปกรรมร่วมสมัยแบบผสมผสานระหว่างภาคกลางและภาคอีสานคือเป็นการผสมกันระหว่างพระปฐมเจดีย์และพระธาตุพนม ภายในพระมหาเจดีย์ซึ่งมีทั้งหมด 6 ชั้น คือ ชั่นที่ 1 เป็นชั้นเอนกประสงค์สำหรับใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา ชั้นที่ 2 เป็นศาลาประชุมสงฆ์ ชั้นที่ 3 เป็นพระอุโบสถที่จัดแสดงรูปเหมือนคณาจารย์องค์สำคัญในประเทศไทย ทั้งหมด 101 องค์ ชั้นที่ 4 เป็นจุดชมวิวรอบองค์เจดีย์ ชั้นที่ 5 เป็นชั้นพิพิธภัณฑ์แสดงประวัติของหลวงปู่ศรี มหาวีโร ชั้นที่ 6 เป็นชั้นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและอัฏฐิธาตุพระอรหันต์องค์ต่างๆ สำหรับผู้ที่สนใจพระมหาเจดีย์ชัยมงคลตั้งอยู่บริเวณวัดผาน้ำทิพย์เทพประสิทธิ์วราราม ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด

วัดเนรมิตวิปัสสนา

วัดเนรมิตวิปัสสนา

วัดเนรมิตวิปัสสนา สร้างขึ้นโดยพระครูภาวนาวิสุทธิญาณ (หลวงพ่อมหาพันธ์ สีลวิสุทโธ) ภายในวัดมีพระอุโบสถหลังใหญ่ที่สร้างอย่างวิจิตรด้วยศิลาแลงทั้งหลัง ภายในพระอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่มีความสวยงามมาก วาดโดยช่างเขียนชาวด่านซ้าย ใช้เวลาวาดประมาณ 8 ปี เป ็นเรื่องราวพุทธประวัติทศชาติชาดกเรื่องพระเวสสันดร

วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรีสามัคคีธรรม

วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรีสามัคคีธรรม

วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรี หรือ วัดพระธาตุสุโทนมงคลคีรีสามัคคีธรรม เป็นวัดสร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2520 ตั้งอยู่บนถนนสายแพร่-ลำปาง ช่วงอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ มีจุดเด่นคือเป็นวัดที่รวบรวมศิลปกรรมล้านนาประยุกต์ที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง ภาพจิตรกรรมบนฝาผนังระเบียงคตเป็นเรื่องราวของชาดกพื้นบ้านและภาพพุทธประวัติ ในบริเวณวัดมีเจดีย์ทรงล้านนากว่า 30 องค์ ด้านหน้าบันไดทางขึ้นทิศตะวันออกมีรูปปั้นสิงห์ขนาดใหญ่ มีอาคารพิพิธภัณฑ์ไม้สักทรงล้านนา ที่เก็บรวบรวมเรื่องราวของล้านนาและเมืองแพร่ จัดแสดงเครื่องใช้ อาวุธของนักรบโบราณ รวมทั้งภาพถ่ายของเจ้านายฝ่ายเหนือและภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ในล้านนา เป็นที่สะดุดตาผู้ที่ผ่านไปมาด้วยพระพุทธรูปขนาดใหญ่บนยอดเขาเตี้ยๆ ประทับนอนปางไสยาสน์ พระพุทธศิลป์แบบพม่า ยาวจากพระเกตุมาลาจรดพระบาท 85 เมตร และสิงห์คู่เชิงราวบันไดพญานาค ซึ่งเป็นทางเดินขึ้นสู่พระธาตุบารมี ๓๐ ทัศ และพระอุโบสถ

วัดพระธาตุขามแก่น ขอนแก่น

วัดพระธาตุขามแก่น ขอนแก่น

วัดพระธาตุขามแก่น ถือว่าเป็นปูชนียสถานของจังหวัดขอนแก่นที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ภายในองค์พระธาตุได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้เป็นที่เคารพและสักการะของชาวบ้านและนักท่องเที่ยวที่ผ่านมาผ่านได้ได้เข้ามากราบไว้องค์พระธาตุเพื่อเป็นสิริมงคล และด้านข้างของพระธาตุยังมีเจดีย์องค์เล็กที่ภายในได้บรรจุพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าไว้ 9 บท หรือที่รู้จักกันในชื่อของ พระเจ้าเก้าองค์ ให้ได้กราบไหว้อีกด้วย

วัดหงษ์ปทุมาวาส

วัดหงษ์ปทุมาวาส

ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ตำบลบางปรอก ใกล้กับตลาดสดเทศบาล เป็นวัดที่สร้างโดยชาวมอญ ที่อพยพหนีพม่ามาไทยในสมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี มีสัญลักษณ์ของวัดมอญคือ เสาหงส์ ซึ่งบนยอดเสาเป็นตัวหงส์ หมายถึง เมืองหงสาวดี เมืองหลวงของชาวมอญ ปูชนียวัตถุสำคัญของวัดคือ พระพุทธชินราชจำลองปางมารวิชัย เจดีย์มอญจำลองแบบมาจากเจดีย์จิตตะกองในเมืองหงสาวดี วิหารจำลองได้แบบมาจากกรุงหงสาวดีหลังคาเป็นชั้นๆ มีลวดลายที่สวยงามมาก ส่วนอุโบสถเป็นอุโบสถสร้างใหม่ตามสถาปัตยกรรมของไทย มองเห็นช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ได้แต่ไกล ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องราวพุทธประวัติและยังมีพระพุทธรูปปาง มารวิชัย รูปหล่อหลวงปู่เฒ่าที่ชาวบ้านนับถือ และมีศาลาการเปรียญประดับด้วยไม้แกะสลักสวยงาม วัดแห่งนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศโครงการอนุรักษ์พันธุ์ปลาหน้าวัด มีพันธุ์ปลาต่าง ๆ มากมายที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น ปลาสวาย ปลาเทโพ ว่ายมาชุมนุมกันอยู่เนืองแน่น เพื่อรอรับอาหารจากผู้มาทำบุญไหว้พระที่วัด

วัดโบสถ์ ปทุมธานี

วัดโบสถ์ ปทุมธานี

ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านกลาง ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างเมื่อ พ.ศ. 2164 โดยชาวมอญที่อพยพมาจากเมืองหงสาวดี มีเสาหงส์สร้างขึ้นไว้เป็นสัญลักษณ์แห่งเมืองหงสาวดี วดีสิ่งสำคัญในวัดโบสถ์ คือ พระแสงอาญาสิทธิ์ ของเก่าแก่จากรามัญ ช้างสี่เศียรใช้ติดตั้งประดับหัวเสา อายุเก่าแก่ถึง 150 ปีสร้างด้วยทองคำสัมฤทธิ์ พระทรงเครื่องอยู่ในโบสถ์เก่าของวัด และรูปปั้นสุนัขย่าเหลหล่อด้วยตะกั่วที่ได้รับพระราชทานมาจากรัชกาลที่ 6

วัดพระธาตุแช่แห้ง น่าน

วัดพระธาตุแช่แห้ง น่าน

วัดพระธาตุแช่แห้ง พระมหาธาตุแห่งนี้ ในตำนานกล่าวว่าเมื่อครั้งพุทธกาล ภูเพียงแช่แห้งแห่งนี้ได้ประดิษฐานพระเกศาธาตุขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อพระองค์เสด็จดับขันธ์ปรินิพพานแล้ว พระอรหันต์ทั้งหลายได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุข้อพระหัตถ์ด้านซ้าย และเศษของพระสรรังคารธาตุมาประดิษฐานไว้อีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้มนุษย์และเทวดาได้สักการะตราบ 5,000 พระวัสสา เท่าที่สืบหาหลักฐานได้พระมหาธาตุแห่งนี้ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นประมาณ พ.ศ. 1896 ตรงกับสมัยของพระยาการเมือง แห่งราชวงศ์ภูคา ครองเมืองน่าน (พ.ศ. 1896-1906) อีกทั้งพระมหาธาตุแช่แห้ง ยังเป็นโบรารณสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของชาติ มีความสำคัญทั้งในด้านแบบแผนทางศิลปกรรม เป็นหลักฐานทางโบราณคดีและพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของ จ.น่าน มีความยาวของฐานล่าง ซึ่งเป็นหลักฐานรูปแท่งสี่เหลี่ยม ด้านละ 19.25 เมตร และมีความสูงจากฐานล่างระดับพื้นดินจนถึงปลายสุดของดอกไม้ทิพย์ มีความสูง 43-49 เมตร นับเป็นพระธาตุเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของแผ่นดินล้านนา เป็นปูชนียสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพนับถือของชาวจังหวัดน่าน และพุทธศาสนิกชนทั่วไปจะมีงานประเพณีนมัสการพระมหาธาตุทุกปี ในวันเพ็ญเดือน 6 เหนือ (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4)

วัดสรรพยาวัฒนาราม ชัยนาท

วัดสรรพยาวัฒนาราม ชัยนาท

วัดสรรพยาวัฒนาราม ชัยนาท สถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา เดิมชื่อว่าวัดเสาธงหิน หรือ วัดวังหิน ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา เดิมก่อนนี้ชื่อบริเวณหน้าวัดเป็นวังน้ำวน น้ำหมุนเป็นเกลียวเหมือนเสาหิน หลวงพ่อเขียวเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก (พ.ศ.2415 - 2435 ) วัดวังหินเปลี่ยนชื่อมาเป็นวัดสรรพยาวัฒนาราม เมื่อ พ.ศ.2495 ปีมะเส็ง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ.2500 กรมศิลปากรยังไม่ได้ประกาศขึ้นทะเบียนโบราณสถาน (มีข้อมูลในแบบสำรวจโบราณสถาน และแหล่งโบราณคดี) สิ่งสำคัญภายในวัดประกอบด้วย อุโบสถ (หลังเก่า) วิหาร และกลุ่มเจดีย์ เป็นต้น

รถรางเมืองลำพูน

รถรางเมืองลำพูน

รถรางนำเที่ยวสีเหลืองเด่นสง่ามีที่นั่งทั้งหมด 5 แถว รถจอดอยู่ในวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร รถเริ่มออก เวลา 09.30 น. เป็นรถนำเที่ยว 7 วัด 2 โบราณสถาน และ 1 พิพิธภัณฑ์ ได้แก่ วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร วัดจามเทวี วัดมหาวัน วัดพระคงฤาษี วัดสันป่ายางหลวง วัดพระยืน วัดต้นแก้ว อุสาวรีย์พระนางจามเทวี กู่ช้าง-กู่ม้า และพิพิธภัณฑ์ชุมชน ราคาบัตรดดยสาร ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท เหมาทั้งคัน 1000 บาท

วัดมิ่งเมือง น่าน

วัดมิ่งเมือง น่าน

วัดมิ่งเมือง สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2400 ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของวิหารหลังเดิม เป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนา ต่อมาภายหลังได้มีการบูรณะปรับปรุงซ่อมแซม เปลี่ยนแปลงรูปแบบ กลายเป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานกับแนวความคิดสมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดเน้นที่เด่นชัดของวิหารวัดมิ่งเมือง ก็คือ ลวดลายศิลปะปูนปั้น ที่ประดับตกแต่งตัววิหารมีความสวยงามวิจิตรบรรจงมาก นับเป็นงานฝีมือของช่างปูนสมัยใหม่ในยุคปัจจุบัน

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร น่าน

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร น่าน

วัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร เดิมชื่อวัดหลวงกลางเวียง พญาภูเข่ง เป็นผู้ตั้งขึ้น ในวัดประดิษฐานเจดีย์ช้างค้ำ ซึ่งมีรูปช้างโผล่ออกมาครึ่งตัวโดยรอบเจดีย์ เป็นศิลปะสมัยสุโขทัยอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 20 ส่วนที่กุฏิเจ้าอาวาสประดิษฐานพระพุทธรูปปางลีลา คือ พระพุทธนันทบุรีศรีศากยมุนี มีส่วนผสมของทองคำ 65% เป็นศิลปะสุโขทัย

ปราสาทบันทายศรี ประเทศกัมพูชา

ปราสาทบันทายศรี ประเทศกัมพูชา

ปราสาทบันทายศรี ประเทศกัมพูชา ปราสาทหินเก่าแก่ที่มาอายุมากว่า 1000 ปี ถือได้ว่าเป็นปราสาทหินที่สวยงามที่สุดของประเทศกัมพูชา ชื่อของปราสาทบันทายศรีนั้นหมายถึง ปราสาทสตรี ยังคงความงดงาม และแสดงถึงเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมขอมได้อย่างครบถ้วนจากลวดลายบนภาพสลักที่ประดับอยู่ตามจุดต่างๆ ซึ่งยังมีความคมชัด และสมบูรณ์มาก

วิหารน้อย ชัยนาท

วิหารน้อย ชัยนาท

วิหารน้อย อยู่ในวัดสรรพยาวัฒนาราม เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนมี 4 ห้อง กว้าง 500 เมตร ยาว 11.50 หันหน้าไปทางทิศตะวันออก สู่แม่น้ำเจ้าพระยา หลังคาเครื่องไม้ทรงจั่ว และลดชั้นมีเสารองรับ 4 ต้น ที่ด้านหลัง ด้านหน้าก่อเป็นซุ้มโค้งรูปกลีบบัว มีประติมากรรมปูนปั้นเรียกว่า พระฉาย คือองค์พระพุทธเจ้าประทับเงาพระองค์บนหน้าผา เป็นพระอุเทสิกะเจดีย์ให้คนที่ผ่านไปมาได้เคารพมีลักษณะพระพุทธเจ้าประทับปรางถวายเนตร พร้อมพระอัครสาวก 2 องค์

ทั้งหมด 1 หน้า 1

รวมฮิต! กินดื่มเที่ยว

ร้านอาหาร ที่เที่ยว ที่พัก ยอดนิยม

หมวดยอดนิยม

ผู้สนับสนุนเนื้อหา

ร้านอาหาร ที่เที่ยว ที่พัก แต่ละจังหวัด