Click

EDTguide กิน ดื่ม เที่ยว ร้านอาหารแนะนํา

รองเท้าเน่าๆ กับรอยเท้าของพวกเรา และเรื่องเล่าจาก “ดอยพุ่ยโค”

เคยมีคนหนึ่งบอกไว้ว่า... “การเดินทางจะเปลี่ยนอะไรบางอย่างได้” คุณว่ามันจริงไหม?

4185
รองเท้าเน่าๆ กับรอยเท้าของพวกเรา และเรื่องเล่าจาก “ดอยพุ่ยโค”
รองเท้าเน่าๆ กับรอยเท้าของพวกเรา และเรื่องเล่าจาก “ดอยพุ่ยโค”
เคยมีคนหนึ่งบอกไว้ว่า... “การเดินทางจะเปลี่ยนอะไรบางอย่างได้” คุณว่ามันจริงไหม?

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
ฉันก็เคยคิดนะ ว่าการออกเดินทางมันมีอิทธิพลกับใครสักคนขนาดนั้นเลยเหรอ.... มันสามารถเปลี่ยนคนๆหนึ่งได้ขนาดนั้นเชียวหรือ?

ดอยพุ่ยโค
ฟังดูโอเวอร์เกินไปนะ แต่ฉันก็ไปพิสูจน์มาแล้ว และก็สัมผัสได้ว่า ที่เขาพูดไว้...มันไม่ได้เกินจริงเลย เชื่อไหมว่าการเดินทางแค่ไม่กี่วันกับระยะทางไปกลับกว่าพันกิโลเมตร  มันทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง และความรู้สึกก็เปลี่ยนไปกับอะไรหลายสิ่ง คุ้มค่ากับที่พี่ชายคนหนึ่งเคยบอกไว้

“จะกลัวอะไร เรามาใช้ชีวิต ก็ต้องให้คุ้มกับการที่เรามีชีวิต”

ดอยพุ่ยโค
การเดินทางครั้งนี้ เกิดขึ้นในวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม ปี 2559 ใช่แล้ว....มันคือวันเด็กแห่งชาติวันที่เด็กๆได้แสดงออกอย่างเต็มที่ในสิ่งที่ถูกต้อง และเป็นวันที่เด็กๆได้รับของที่ผู้ใหญ่ใจดีนำมาแจกให้ ขณะเดียวกันก็ยังมีเด็กๆกลุ่มหนึ่งที่อยู่ห่างไกลจากความเจริญ ยังต้องการได้รับสิ่งของ หรือแม้แต่ขนมเพียงเล็กๆน้อยๆในวันเด็กแห่งชาติเช่นกัน   

กลุ่ม “รวมเฟือง” ของพวกเราจึงเดินทางไปหาน้องๆเหล่านี้  เพื่อมอบขนมและสิ่งของบริจาคจากคนไทยใจดีให้กับพวกเขา เพราะว่าพวกเขาก็สำคัญ...และเพราะว่าพวกเขาก็คือคนไทยเช่นเดียวกับพวกเรา เพียงแต่ความเป็นอยู่ข้างบนนั้นช่างห่างไกลจากความศิวิไลซ์ในเมืองยิ่งนัก เด็กๆข้างบนนั้นจึงทำได้เพียงรอคอยการเดินทางไปของใครสักคน...ที่นึกถึงพวกเขา

“กลุ่มรวมเฟือง” ตั้งขึ้นด้วยจุดประสงค์เพื่อเดินทางไปบริจาคของให้น้องๆที่ห่างไกลในวันเด็กแห่งชาติ และพวกเราก็เดินทางมาเป็นเวลา 4 ปี แล้ว สมาชิกก็เป็นกลุ่มเพื่อนๆด้วยกันที่มีใจเสียสละ และแบ่งปัน ทุกการเดินทางแต่ละปี เราได้เพื่อนใหม่เสมอ และเพื่อนๆเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้เรื่องเล่าน่าจดจำ...

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
ล้อเคลื่อนออกจาก กทม. เวลาสักประมาณ 3 ทุ่มกว่าๆ แต่ฉันกับสมาชิกอีก 2 คน จะไปรอที่พิษณุโลกแม้ว่าจะเป็นการเดินทางที่ยาวนาน แต่ก็ไม่มีความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยอะไรทั้งนั้น แต่มันกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้น    รถโดยสารสายเหนือ ส่งเราที่ขนส่งพิษณุโลกในเวลาเกือบตีสาม อากาศมกราคมกำลังเย็นสบาย ไม่ได้รู้สึกหนาว แต่อีกไม่กี่ชั่วโมงที่เราจะขึ้นบนดอย เราก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่า...มันจะหนาวแค่ไหน

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
“ยิ่งสูง........ยิ่งหนาว”

ดูท่าจะจริงล่ะ เพราะไม่นานที่เราขับมาถึงเชียงใหม่ พวกเราก็มาจอดรถเพื่อเดินทางไปพร้อมกัน ทันทีที่ก้าวเท้าลงจากรถและสัมผัสได้ถึงความหนาว แค่เชียงใหม่ ก็สั่นไหวไปถึงข้างในแล้ว...เป้าหมายของเราคือ อำเภอสบเมย  จังหวัดแม่ฮ่องสอนเดินทางต่อมาถึงอำเภอฮอด พวกเราแวะพักที่สวนสนบ่อแก้ว เขาว่ากันว่าที่นี่คือนามิเมืองไทย  ไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงเกาหลี ที่เมืองไทยก็มี “สวนสนบ่อแก้ว” 

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
ใช้เวลาอยู่ที่สวนสนบ่อแก้วไม่นานก็เดินทางต่อ พวกเรายังคงมุ่งหน้าที่ไป อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน นี่ก็เวลาคล้อยบ่ายแล้ว ยังไม่ได้ขึ้นดอย... พวกเราแวะพักที่ป้อมของหมู่บ้าน โค้งที่ผ่านมาทั้งหมดเมื่อครู่แค่ด่านแรก ต่อไปคือของจริง...เรากำลังจะเดินทางไปที่บ้านอุมดาเหนือ ซึ่งอยู่บนดอยสูง และเราต้องขับรถไต่เขาขึ้นไปในเวลาใกล้ๆบ่ายสาม คืนนี้เราจะนอนกันที่ “โรงเรียนบ้านอุมดาเหนือ ห้องเรียนพิเศษบ้านแม่ออกลาน” คืนนี้ดาวบนนั้นคงเต็มท้องฟ้า...

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
ระหว่างทางเดินทางไต่เขาขึ้นมาเรื่อยๆ เราสัมผัสได้ถึงความสวยงามที่แฝงไปด้วยความอันตราย และเราก็หลงทางไปไกลพอสมควร แต่ระหว่างที่เดินทางก็เกิดปัญหาขึ้น มันเป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขเฉพาะหน้า เพราะได้รับสายจากรถอีกคันว่า... “รถขึ้นไม่ไหว และเกือบจะตกเขา” พี่ชายต้องจอดรถและให้พวกเรารออยู่ข้างบน และขับรถอีกคนตามลงไปช่วยเพื่อน ระหว่างนั้นพวกเราก็เดินเล่นสำรวจวิวทิวทัศน์รอบๆ มันสวยจริงๆ...และเงียบจนแทบไม่ได้ยินสรรพเสียงใดๆ นอกจากเสียงหายใจของพวกเรา

เข็มนาฬิกาเดินมาอยู่ที่เลขหก บอกเวลาหกโมงเย็นแล้ว รถของชาวบ้านที่มาช่วยก็ขับผ่านไป พร้อมกับรถของพี่ชายอีกคนที่ขับตามหลังมา พี่ชายบอกว่า “เราต้องฝากรถคันนั้นเอาไว้ข้างล่าง และชาวบ้านที่มาช่วยอีกแรงคือชาวบ้านที่ทำถนนอยู่บนดอยที่เราขับสวนมา เขาบอกว่าแปลกใจที่เห็นพวกเราขับเลยไปแล้ว แล้วก็ขับวนกลับมาอี ก็เลยขับมาดู” นี่คือน้ำใจแรกที่เราได้รับเมื่อมาถึงที่นี่ 

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
เรามาถึงที่โรงเรียนบ้านอุมดาเหนือ ห้องเรียนพิเศษบ้านแม่ออกลาน” ในเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม รถคันที่มาถึงก่อนแล้วได้ขนอาหารมาเพื่อทำอาหารเย็น มีนักเรียนและชาวบ้านมาช่วยพอสมควร ที่นี่ไม่มีไฟฟ้าใช้พวกเราต่อไฟจากแบตเตอรี่ที่นำมาด้วย ลมพัดเย็นสบาย อากาศหนาว...ดาวเต็มท้องฟ้า น่าแปลกใจเพราะอาหารที่ทำ เด็กๆที่นี่ไม่รู้จัก เราทำผัดกะเพราและทอดลูกชิ้นให้เด็กๆกินก่อน เด็กๆบอกว่าเขาไม่รู้จักลูกชิ้น เพราะไม่เคยกิน...ทุกคนต่างกินกันอย่างเอร็ดอร่อย  

ขอบคุณในการต้อนรับ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่มอบให้มันมากกว่าที่พวกเราได้ให้พวกเขาซะอีก

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
เช้าวันต่อมา พวกเราตื่นแต่เช้าเพื่อมาทำอาหารเลี้ยงชาวบ้านเด็กๆ ทันทีที่เปิดหน้าต่างห้องเรียนก็เห็นไอหมอกจางๆลอยอยู่เหนือสันเขา ได้ยินเสียงน้ำตกเล็กๆไหลผ่านหลังโรงเรียน เพิ่งมีโอกาสได้สำรวจรอบๆโรงเรียนครั้งแรก ที่นี่มีอาคารเรียนแค่ 1 หลัง นักเรียนประมาณ 20 ได้ กับอาคารประกอบอาหารอีก 1 หลัง 

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
พวกเราทำทำอาหารง่ายๆ อาทิเช่น ไก่ทอด ต้มยำทะเล บวดฟักทอง เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารพวกเราจัดเตรียมสถานที่ในโรงอาหารให้เด็กๆและชาวบ้านได้รับประทานร่วมกัน เด็กๆชอบต้มยำมาก เพราะน้ำซุปอร่อย แต่เด็กๆไม่กล้ากินกุ้งและปลาหมึกเพราะไม่รู้ว่านี่คืออะไร และกลัวว่าจะกินไม่ได้ จนพวกเราต้องบอกว่า กินได้นะคะ...อร่อยด้วย กุ้งและปลาหมึก เด็กๆจึงลองกินและบอกว่ามันอร่อยจริงๆ แต่อาหารที่ชาวบ้านชอบมากคือบวดฟักทอง จะอย่างไรก็แล้วแต่...เราเห็นทุกคนอิ่มท้อง พวกเราก็อิ่มใจ 

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
หลังจากรับประทานอาหารเรียบร้อยเราก็มาแจกของที่เราได้รวบรวมมาและมีผู้ใหญ่ใจดีร่วมบริจาค อาทิ อุปกรณ์การเรียน ขนม ของเล่น ตุ๊กตา ยาสีฟัน ของใช้ในครัวเรือน และเสื้อที่สกรีนมาแจก ก่อนที่จะได้แจกของพวกเราร่วมเล่นเกมกับเด็กๆและชาวบ้าน ตลอดการเล่นเกมเกิดความสนุกสนาน แม้ว่าบางครั้งภาษาจะเป็นอุปสรรคบ้าง ครูอาสาต้องมาช่วยแปลภาษาให้กับชาวบ้านในสิ่งที่พวกเรากำลังอธิบาย แต่ถึงกระนั้นทุกคนก็เล่นเกมอย่างมีความสุข ต่างมอบรอยยิ้มให้แก่กันและกัน เมื่อถึงช่วงเวลาแจกของ ชาวบ้านและเด็กๆก็เข้าแถวรอรับอย่างเป็นระเบียบ 

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
ก่อนที่จะออกจากโรงเรียนบ้านอุมดาเหนือ ห้องเรียนพิเศษบ้านแม่ออกลาน เรายังจำช่วงเวลาที่ประทับใจได้ ในคืนแรกที่เรามาถึงที่โรงเรียนพวกเราหลงทางเพราะมันดึกมากแล้ว และก็ขับเร็วไม่ได้เพราะเส้นทางสูงชันสันเขาอันตรายมาก แต่ดวงดาวลอยเด่นบนฟ้านั้นไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่า...การหลงทางมันน่ากลัวแต่อย่างใด จนกระทั่งเราหลงวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น และไม่มีทีท่าว่าจะเห็นทางที่คุ้นเคย จนเรามาถึงทางแยกที่คิดว่า...ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เราได้พบกับรถมอเตอร์ไซต์คันหนึ่งขับซ้อน 3 ผ่านมาเป็นวัยรุ่นชาย อายุน่าจะราวๆมัธยมต้นได้ เราถามทางที่จะไปโรงเรียน แต่เมื่อฟังการอธิบายแล้วก็เหมือนว่าคงไปไม่ถูกแน่นอน

น้องๆเห็นดังนั้นแล้วจึงบอกเราว่า “เดี๋ยวพวกผมพาไป พี่ขับตามมานะครับ” ด้วยสำเนียงไทยที่ไม่ชัดเท่าไหร่ เราขับตามน้องไปจนถึงทางแยกแห่งหนึ่ง น้องผู้ชายคนหนึ่งลงจากรถและเดินลงมาบอกว่า “หมู่บ้านผมไปทางนี้ เดี๋ยวผมจะเดินกลับเอง พี่ขับตามเพื่อนผมไปนะครับ” คือเราเห็นความมีน้ำใจของพวกเขาแล้วล่ะ น้องสองคนยังคงพาเราไปอีกยาวไกล แม้ว่าตัวเองจะต้องขับกลับหมู่บ้านอีกเส้นทางหนึ่ง แต่ก็ยังไปส่งเราถึงที่หมายอย่างปลอดภัย พวกเรารู้สึกขอบคุณใจและซึ้งในน้ำใจเป็นอย่างมาก ให้เงินเป็นค่าตอบแทนก็ไม่รับ จึงมอบอาหารเล็กๆน้อยให้เป็นน้ำใจซึ่งกันและกัน 

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจการบริจาคของที่โรงเรียนบ้านอุมดาเหนือ ห้องเรียนพิเศษบ้านแม่ออกลาน ซึ่งเป็นโรงเรียนลูก หรือที่เราเรียกว่าโรงเรียนสาขา ต่อไปเราก็ต้องไปที่โรงเรียนแม่ ซึ่งอยู่อีกด้านของเขาลูกนั้น และเราต้องรีบเดินทางต่อไปเพราะมีภารกิจอื่นรออยู่ คือการเดินขึ้น “ดอยพุ่ยโค” เรามาถึงที่โรงเรียนบ้านอุมดาเหนือ(โรงเรียนแม่) ในเวลาเกือบบ่ายโมงแล้ว ผู้อำนวยการและชาวบ้านพร้อมทั้งเด็กๆมาร่วมรับสิ่งของ และพวกเราก็เตรียมตัวที่จะขึ้นดอยพุ่ยโค โดยได้ลูกหาบเป็นนักเรียนมัธยมของที่นี่

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
เด็กๆที่นี่แข็งแรงมาก สามารถแบกของหลายกิโลเดินขึ้นเขาได้สบายๆ และยังเดินลงมาช่วยพวกเราอีกหลายรอบ ในขณะที่เราแบกเต็นท์ขึ้นไปก็เหนื่อยแล้ว

พวกเราขนของขึ้นรถเพื่อขับไปจอดที่ตีนดอยและหลังจากนั้น พวกเราต้องเดินขึ้นไปบนดอยพุ่ยโค สารภาพด้วยความสัตย์จริงว่า...ไม่เคยได้ยินชื่อดอยพุ่ยโคมาก่อนเลย  จนกระทั่งจะเดินทางมามอบสิ่งของที่นี่ จึงเริ่มรู้จักดอยพุ่ยโคจากภาพจำในอินเทอร์เน็ต  ภาพถ่ายที่บันทึกไว้จากความทรงจำของใครหลายๆคนมีคนจำนวนไม่มากที่เดินทางมาที่นี่  อาจจะเป็นเพราะการเดินทางที่ค่อนข้างลำบาก แต่เราเชื่อเสมอว่า...ในความลำบากมันมีมุมดีๆซ่อนอยู่เสมอ

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
สมาชิกของเราทุกคนแบกของคนละไม้คนละมือ...เต็นท์ เตา อาหาร ผ้าห่ม และเดินขึ้นด้วยทางชันระดับปานกลาง  โดยมีลูกหาบช่วยแบกสิ่งของอื่นๆที่จำเป็นขึ้นไป ที่บนยอดดอยนั้นไม่มีน้ำ ที่นั่นไม่มีห้องน้ำ ไม่มีไฟฟ้า หรือสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ แต่ในเมื่อเรามาใช้ชีวิต...เราจะต้องไปกลัวอะไรเล่า บางมีเราต้องลดสิ่งที่ไม่จำเป็นลงบ้าง เราไม่สามารถแบกทุกอย่างบนบ่าเราได้หมดหรอก    

“ดอยพุ่ยโค” เป็นดอยสูง 1406 เมตรจากระดับน้ำทะเล ตั้งอยู่ที่บ้านอุมดาเหนือ ตำบลแม่คะตวน อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภาพประทับใจของดอยพุ่ยโคจากภาพจำคือ ต้นไม้ต้นหนึ่งกับฉากหลังที่เป็นภูเขา ใครคนหนึ่งตั้งชื่อมันว่า...ต้นเดียวดาย...จริงไม่จริงไม่รู้แหละ แต่บรรยากาศมันดูเหงาๆเดียวดายจริงๆ

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
พวกเราเริ่มเดินขึ้นและแบกของพะรุงพะรังกันเต็มไปหมด แต่เมื่อได้เดินขึ้นไปเรื่อย แรงก็เริ่มหมดลง เริ่มหยุดพักเป็นระยะ เต็นท์ที่ถือขึ้นไปเริ่มถ่วงน้ำหนักให้รู้สึกว่ามันหนักขึ้น จนอยากจะเหวี่ยงมันลงมา

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
ระยะทางจากตีนเขาขึ้นมาถึงยอดดอยพุ่ยโค แค่เพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น แต่เป็น 3 กิโลเมตรที่ชันมาก ดีหน่อย...ในช่วงที่เราเดินทางไปคือเดือนมกราคม เป็นช่วงของฤดูหนาวไม่ลื่นและไม่เฉอะแฉะ ทุ่งหญ้าเป็นสีทองสวยงามมาก  

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
เดินทางต่อมาได้ประมาณร่วมครึ่งชั่วโมง ครึ่งทางแล้ว...มองเห็นยอดดอยอยู่ลิบๆกับทุ่งหญ้าสีทองบนนั้น แต่พวกเราคงต้องหยุดพักก่อน อย่างน้อยระหว่างทางที่เราหยุกพัก เราก็ได้ซึมซับสิ่งที่สวยงามที่อยู่ตรงหน้า ขุนเขาที่ยิ่งใหญ่ สายลมที่พักโบก ทำให้เรารู้สึกหายเหนื่อย...สูดอากาศเข้าเต็มปอดอีกครั้ง ไม่รู้วาจะมีโอากาสแบบนี้อีกเมื่อไหร่ สถานที่ที่สวยงามแต่ดูโดดเดี่ยว ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ก็ดีเหมือนกัน...ไม่มี 4G ซะบ้าง คนรอบข้างก็เลยสำคัญ...มิตรภาพทำให้ทุกการเดินทางมีเรื่องเล่าที่น่าจดจำ

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
เราใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ถึงยอดดอย ที่นั่นบรรยากาศดีมาก อุณหภูมิอยู่ที่ 11 องศา และลมแรงมาก มากจนคิดว่าคืนนี้เต็นท์เราต้องปลิวแน่นอน คืนนั้นพวกเรานั่งคุยกันภายใต้แสงดาวและเตาถ่านที่ปิ้งลูกชิ้น อาหารบ้านๆแต่อร่อยๆสุด 

              "ไม่มีการเดินทางใดที่ไม่สอนให้เราโตขึ้น และไม่มีการเดินทางใด ที่ไม่สร้างความทรงจำให้กับเรา"คืนนั้นพวกเราบางคนก็นอนหลับไปด้วยความฟินกับบรรยากาศ บางคนก็นอนไม่หลับเพราะหนาวเกินไป ในส่วนของตัวเรานั้นมีถุงนอนแต่ห่มกันสองคนกับพี่สาวและลงไปนอนในถุงดำอีกชั้น มันช่วยได้มาก ถุงดำทำให้ร่างกายเราอุ่นขึ้น...เป็นการประยุกต์ใช้อย่างหนึ่งในยามที่เราจะแก้ปัญหาพรุ่งนี้เช้าถ้าโชคดี...เราจะเห็นทะเลหมอกที่สวยงาม ฉันก็ได้แต่หวังว่า...เราจะโชคดี

ดอยพุ่ยโค
ตี 5 แล้ว...ได้ยินเสียงแว่วๆว่า "ตื่นเร็ววววววว หมอกเต็มเลย" เราได้ยินดังนั้นก็สะดุ้งพรวดออกจากเต็นท์ทันที สิ่งที่เราเห็นตรงหน้ามัน  Dream Destination ชัดๆ

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
เคยคิดนะว่า...ทำไมคนเราจึงต้องออกเดินทางจากบ้านที่อยู่สบายๆ มาสะพายเป้หนักๆเดินหลายกิโล บ่าก็หนัก ร่างกายก็ล้า แต่เราเชื่อนะว่า...สำหรับบางคน มีความสุขทุกครั้งที่ได้สะพายเป้หนักๆออกเดินทาง เรียนรู้ชีวิต...มากกว่าที่จะอยู่บ้าน และเราก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะผลลัพธ์ที่ได้มันอาจมากกว่าแค่ความสวยงามตรงหน้า 

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
เราเดินอ้อมไปอีกฝั่งของเขา ฝั่งที่พระอาทิตย์ขึ้น...เพื่อนั่งเฝ้ารอคอยแสงแรกของวัน เชื่อไหมว่า...วันนั้นมันก็แค่วันธรรมดาวันหนึ่ง แต่มันกลับเป็นวันที่มหัศจรรย์มาก ธรรมชาติสรรสร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้ชีวิตในทุกๆวัน  เปลี่ยนวันธรรมดาให้มันมีสีสัน เป็นสีสันที่เกิดขึ้นในใจ และเกิดเป็นความทรงจำที่ดี

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ถ้าท้องฟ้าในเช้าวันนั้นคือผ้าใบสีขาวผืนหนึ่ง คงมีใครสักคนเอาพู่กันจุ่มสีและระบายลงที่ผ้าใบผืนใหญ่ เกิดเป็นความสวยงามเกิดกว่าที่มือมนุษย์จะสร้างมันขึ้นมาได้ มันเป็นความสวยงามที่ตาคู่หนึ่งของเราจับจ้องอยู่อย่างไม่ระวาง หยิบกล้องขึ้นมากดชัตเตอร์ มุมมองที่เรามองผ่านเลนส์นั้น มันเต็มไปด้วยความรู้สึก                       "เรามาอยู่นี่แล้ว...ยังดูเดียวดายอยู่ไหม?"

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
เชื่อเถอะ...ทุกการเดินทางมัแนสอนอะไรเรามากจริงๆ รวมถึงผู้คนที่เราไปเยือนด้วย  อย่างน้อย ณ ช่วงเวลานั้นความรู้สึกของพวกเราและพวกเขาก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว เขาได้รับ...เราได้ให้  สุขใจทั้งสองฝ่าย... และการเดินทางครั้งนี้ มันก็เปลี่ยนเราไปอย่างสิ้นเชิง 

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค

ดอยพุ่ยโค
ขอบคุณที่ติดตามเรื่องเล่าจากดอยพุ่ยโค มาจนจบนะคะ และขอให้ทุกคนสนุกกับการเดินทางค้นหาอะไรใหม่ๆ
เข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการเดินทางได้ค่ะ

https://web.facebook.com/Itchy-feetชีพจรลงเท้า-1514196705511651/
https://web.facebook.com/กลุ่ม-รวมเฟืองสัญจร-441683269349497/?fref=ts
ดอยพุ่ยโค รูปที่ 1 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 2 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 3 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 4 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 5 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 6 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 7 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 8 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 9 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 10 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 11 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 12 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 13 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 14 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 15 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 16 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 17 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 18 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 19 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 20 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 21 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 22 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 23 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 24 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 25 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 26 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 27 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 28 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 29 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 30 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 31 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 32 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 33 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 34 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 35 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 36 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 37 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 38 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 39 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 40 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 41 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 42 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 43 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 44 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 45 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 46 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 47 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 48 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 49 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 50 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 51 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 52 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 53 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 54 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 55 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 56 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 57 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 58 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 59 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 60 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 61 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 62 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 63 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 64 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 65 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 66 ดอยพุ่ยโค รูปที่ 67