Click

EDTguide กิน ดื่ม เที่ยว ร้านอาหารแนะนํา

พุทธคยา ค้นหามุมมองความคิด ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไป

ใครที่กำลังมองหาประสบการณ์ พลิกการเดินทางมุมมองใหม่ ไปพร้อมๆ กับการแสวงบุญ “พุทธคยา” คงเป็นคำตอบเดียว

1
พุทธคยา ค้นหามุมมองความคิด ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไป
พุทธคยา ค้นหามุมมองความคิด ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไป
นมัสเต... ท่านทั้งหลาย ถ้าพูดถึงการไปประเทศอินเดีย หรือพุทธคยา เป็นอันเข้าใจได้ว่า เป็นการท่องเที่ยวของนักเดินทางสายบุญที่แท้ทรู เพราะเขาเหล่านั้นล้วนมีจุดหมายปลายทางเดียวกัน คือ สังเวชนียสถาน สถานที่ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตควรไปกราบสักการะ จึงจะถือว่าทำหน้าที่พุทธศาสนิกชนได้อย่างสมบูรณ์ เพราะมีตอนหนึ่งในคำกล่าวของพระพุทธองค์ที่ได้ตรัสว่า ผู้ใดระลึกถึงพระองค์ พึงจาริกไปยังสังเวชนียสถานทั้ง 4 นี้ ซึ่งได้แก่ ลุมพินีวัน - สถานที่ประสูติ / พุทธคยา - สถานที่ตรัสรู้ / สารนาถ - สถานที่แสดงปฐมเทศนา / กุสินารา - สถานที่ปรินิพพาน
พุทธคยา
ซึ่งการเดินทางแสวงบุญนี้หากใครได้ลองสัมผัส จะรู้ว่าสามารถเปลี่ยนมุมมองชีวิต ปรับความคิด ซึมซับพลังชีวิตในด้านบวกได้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านการดำเนินชีวิต การทำงาน ตลอดจนใครที่กำลังมองหาประสบการณ์ พลิกการเดินทางมุมมองใหม่ ไปพร้อมๆ กับการแสวงบุญ ก้าวเข้าสู่โลกแห่งความเลื่อมใสศรัทธา พุทธคยา คงเป็นคำตอบเดียวของจุดหมายที่ได้ทั้งเที่ยว และสร้างแรงบันดาลใจได้เป็นอย่างดีทีเดียว... คงเพราะอย่างงี้สินะ ในแต่ละปีคนถึงได้มุ่งมั่นมาที่นี่กันมากขึ้นทุกๆ ปี

มาว่ากันต่อด้วยการเดินทาง หากจะไปพุทธสถานทั้ง 4 นี้ ก็มีหลายเส้นทางให้เลือก ก็ต้องเริ่มจากการนั่งเครื่องไปลง >>แล้วต่อรถไฟ >>ไปรถบัส >>นั่งตุ๊กๆ >>หรือจะเช่ารถพร้อมคนขับ แล้วแต่จะเลือก เพราะสถานที่แต่ละจุดนั้นห่างกันแบบนั่งรถไกลอย่างต่ำก็ประมาณ 3 ชม. เลยทีเดียว ดังนั้นนักเดินทางสายนี้จะมากับกรุ๊ปทัวร์เป็นส่วนใหญ่ เพื่อความสะดวกสบายเพราะไม่ต้องวางแผนการเดินทางเอง
 
เพราะก่อนนี้การเดินทางไปพุทธคยาค่อนข้างแพง ถ้าจะไปแบบประหยัดๆ ก็ต้องลงไปบินเมืองอื่นแล้วนั่งรถไฟต่อ แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้วจ้า!! เพราะแอร์เอเชียเปิดบินตรง กรุงเทพฯ - คยา ทำให้การเดินทางไปแสวงบุญประหยัดไปอีกโขเลย
 
ซึ่งตอนนี้เป็นช่วงเปิดฤดูกาลทริปสังเวชนียสถาน AirAsia ก็ทำหน้าที่สะพานบุญได้เป็นอย่างดีด้วยเที่ยวบินแบบ Seasonal ซึ่งมันดีต่อใจมาก เพราะใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง ประหยัดทั้งเวลา และค่าใช้จ่าย เพราะถึงที่ก็เริ่มเที่ยวได้เลย ซึ่งใครถนัดไปเองเรามีข้อแนะนำดีๆ มาบอกต่อด้วยค่ะ 
พุทธคยา
หาข้อมูลให้แน่น กิน/ เที่ยว/ พัก หัวใจหลักการเดินทาง
ที่กิน ร้านอาหารในพุทธคยามีเพียบมาก ยิ่งร้านอาหารไทยอร่อยๆ ก็มีเยอะแบบไม่ต้องกลัวอด ทั้งที่อยู่ภายในโรงแรม และเป็นร้านอาหารเดี่ยวๆ ริมทางเดิน แต่ถ้าพักในวัดไทย เขาก็จะมีอาหารเตรียมให้พร้อมค่ะ

ที่พัก มีให้เลือกแล้วแต่สะดวกตั้งแต่โรงแรมระดับ 2 - 4 ดาว ไปจนถึงวัดไทยในพุทธคยา ที่จัดเป็นแพ็กเกจรวมค่าที่พัก นอนห้องแอร์ มี wifi และมีอาหารให้กินทั้ง 3 มื้อ ตกวันละประมาณ 500 บาท/ คน พักได้ 2 - 4 คน/ห้อง (หากต้องการพักวัดไทยในเมืองต่างๆ ให้ติดต่อล่วงหน้าไว้ก่อน ทางวัดจะมีรถมารับที่สนามบิน)

การเดินทางไปยังพุทธคยา ศึกษาเส้นทางล่วงหน้า โดยมองหาเที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ - คยา เพื่อความสะดวกในการเดินทาง พร้อมประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย การเดินทางภายในพุทธคยา หากอยู่แต่ในพุทธคยา และสถานที่ใกล้เคียง นั่งรถตุ๊กๆ เอาก็ได้แต่ไม่ควรนั่งสามล้อ เพราะจะเสียเงินมากกว่าที่ควรจะเป็น แต่ถ้าต้องการไปให้ครบ พุทธคยา - สารนาถ - กุสินารา - ลุมพินีวัน ควรเช่ารถพร้อมคนขับ รับประกันดีกว่าแน่นอน 
พุทธคยา
เตรียมตัวให้เป๊ะ แลกเงิน/ เสื้อผ้า/ วีซ่าต้องพร้อม
สภาพอากาศ เช็คสภาพอากาศก่อนไปแล้วเตรียมเสื้อผ้าของใช้ให้พร้อม เพราะขึ้นชื่อว่า อินเดีย เวลาหนาวๆ ถึงใจ พอหน้าร้อนๆ ถึงตับไต จึงเลือกไปในช่วงอากาศที่เหมาะสม ซึ่งก็คือระหว่างเดือนธันวาคม - มีนาคม อากาศกำลังดี และอย่าลืมยารักษาโรคประจำตัวและเตรียมของใช้ที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อความคล่องตัวในการเดินทาง

ข้อมูลสถานที่ ควรหาข้อมูลสังเวชนียสถานแต่ละที่ไปก่อน เพื่อความดื่มด่ำเมื่อไปถึงสถานที่จริง 

การทำวีซ่า การเข้าประเทศอินเดียจะมีการยื่นขอทำวีซ่า 2 แบบ คือ การยื่นคำร้องวีซ่าแบบ e-Visa และการยื่นคำร้องวีซ่าแบบปกติ ซึ่งคนจะนิยมแบบ e-Visa มากกว่า เพราะใช้หลักฐานเพียง 2 อย่างเท่านั้น คือ รูปถ่ายหน้าตรง และสำเนาหนังสือเดินทาง และไม่ต้องจองตั๋วเครื่องบิน หรือที่พักก่อนขอวีซ่าด้วย

เอกสาร หนังสือเดินทางต้องมีอายุอย่างน้อย 6 เดือน นับจากวันที่เดินทางไปถึงประเทศอินเดียวันแรก และต้องมีหน้าหนังสือเดินทางว่างอย่างน้อย 2 หน้า เพื่อทำการ Stamp โดยตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของประเทศอินเดีย (ถ้าอายุเหลือน้อยกว่านั้น ให้ทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ก่อนยื่นขอวีซ่า) และเนื่องจากลุมพินีวัน เป็น 1 ในสังเวชนียสถานที่เนปาล จึงต้องทำ VISA on Arrival แต่ว่าง่ายมากๆ แค่ไปที่ Kiosk Machine ของสนามบินนั่นล่ะค่ะ

แลกเงิน คำนวนค่าใช้จ่ายไว้ให้แม่นแล้วแลกเงินรูปีไว้ จำง่ายๆ 1 รูปีอินเดีย = 0.47 บาทไทย ดังนั้น 100 รูปีอินเดีย = 46.59 บาท ตีกลมๆ 100 รูปีอินเดีย เท่ากับ 50 บาทไทย เวลาซื้อของก็ให้ต่อราคาลงมาครึ่งนึงเลย

หลังจากเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมตั๋ว เตรียมสตางค์ และสัมภาระเรียบร้อย ก็พร้อมออกเดินทางสู่เส้นทางมหาบุญ ตามรอยพระพุทธเจ้ากันเล๊ยยย ส่วนจะสร้างแรงบันดาลใจ ให้พลังชีวิต พลิกการเดินทางมุมมองใหม่ยังไง เราไปนำมาให้ชมแล้วค่ะ
 สังเวชนียสถานที่ 1 พุทธคยา - สถานที่ตรัสรู้
(ท่าอากาศยานคยา - พุทธคยา เดินทางประมาณ 20 น.)
พุทธคยา
พุทธคยา
เป็นสังเวชนียสถานมรดกโลกที่สำคัญที่สุด 1 ใน 4 สังเวชนียสถานของการเยี่ยมชมในครั้งนี้ และถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของชาวพุทธทั่วโลก เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของพระพุทธศาสนา เป็นสถานที่ที่เจ้าชายสิทธัตถะตรัสรู้เป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเวลากว่าสองพันห้าร้อยปี จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมสถานที่แห่งนี้จึงเป็นศูนย์รวมของนักแสวงบุญชาวพุทธ ซึ่งปัจจุบันพุทธคยา มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า วัดมหาโพธิ์ เป็นเจดีย์ 4 เหลี่ยม สูง 170 ฟุต วัดโดยรอบฐานได้ 121.29 เมตร ซึ่งถ้าได้ไปยืนใกล้ๆ คงใหญ่โตมโหฬารมากมาย และภายในยังเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธเมตตาไว้อีกด้วย  
พุทธคยา
นอกจากนี้ บริเวณพุทธคยาและรอบๆ ยังมีสถานที่สำคัญอีกมากมาย เช่น กลุ่มพระเจดีย์เสวยวิมุตติสุข สระมุจลินทร์ บ้านนางสุชาดา ถ้ำดงคสิริ (สถานที่เจ้าชายสิทธัตถะบำเพ็ญทุกกรกิริยา) วัดพุทธนานาชาติ เป็นต้น มาจุดเดียวเหมือนได้เที่ยวชมหลายที่เลยล่ะ 
พุทธคยา
ที่พุทธคยา รัฐบาลอินเดียได้มีการชวนประเทศต่างๆ ที่นับถือศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติมาสร้างวัดที่นี่ เช่น วัดญี่ปุ่น วัดธิเบต วัดภูฏาน เป็นต้น ซึ่งแต่ละวัดจะมีศิลปะการก่อสร้างที่เป็นเอกลักษณ์งดงามแตกต่างกันออกไป ดังนั้นการมาที่พุทธคยา มันเหมือนได้มาดูวัดแบบนานาชาติเลยทำให้ปัจจุบัน พุทธคยาจึงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดของนักแสวงบุญชาวพุทธจากทั่วทุกมุมโลก และมีผู้แสวงบุญนับล้านคนไปนมัสการมหาพุทธสถานแห่งนี้ ในฐานะที่เป็นสังเวชนียสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญที่สุดของชาวพุทธทั้งมวล สาธุๆๆ *ขอขอบคุณข้อมูลจาก  https://th.wikipedia.org/wiki/พุทธคยา

 สังเวชนียสถานที่ 2 กุสินารา - สถานที่ปรินิพพาน
(พุทธคยา - กุสินารา เดินทางประมาณ 8 ชม.)
พุทธคยา
มาต่อกันที่นี่ กุสินารา ที่ตั้งของสังเวชนียสถานแห่งที่ 4 ในสมัยพุทธกาลนานมา และเป็นที่ตั้งของสาลวโนทยาน หรือป่าไม้สาละ ที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน และเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้าในคราวเดียวกัน ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า จะใหญ่โตถึงเพียงนี้เลยนะเนี่ย 
พุทธคยา
และหนึ่งในสถานทีเดียวกันนี้ยังมี วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ สถานที่สำคัญของปวงชนชาวไทยตั้งอยู่ด้วย โดยอยู่ระหว่างสาลวโนทยาน (สถานที่ที่เสด็จปรินิพพาน) กับมกุฎพันธเจดีย์ (สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ) โดยพุทธบริษัทชาวไทยร่วมใจสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๗ เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา เป็นการเฉลิมพระเกียรติการครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี และเฉลิมพระชนพรรษาครบ ๖ รอบ ๗๒ พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ “พ่อหลวง” ดวงใจของคนไทยทั้งชาติ ในดินแดนพุทธภูมิ ซึ่งมีความงดงาม โดดเด่น สง่างามยิ่งนัก ซึ่งคนไทยควรไปชมให้เห็นกับตาสักครั้งนะคะ 
พุทธคยา
ปัจจุบัน กุสินารา มีอนุสรณ์สถานที่สำคัญคือ สถูปใหญ่ ซึ่งพระเจ้าอโศกมหาราชสร้างไว้และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วิหารปรินิพพาน ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปรินิพพานอยู่ภายใน และมีซากศาสนสถานโบราณโดยรอบอีกมากมาย ซึ่งนับว่าเป็นการเดินทางไปเที่ยวชมที่คุ้มค่ากับการเดินทางไกลจริงๆ ค่ะ *ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://th.wikipedia.org/wiki/กุสินารา และ http://watthaikusinara-th.org/content/42

 สังเวชนียสถานที่ 3 ลุมพินีวัน - สถานที่ประสูติ
  (กุสินารา - ลุมพินีวัน เดินทางประมาณ 5 ชม.) 
พุทธคยา
เดินทางต่อร่วม 5 ชม. ก็เข้าสู่ ลุมพินีวัน สถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ พุทธสังเวชนียสถาน 4 ตำบล แห่งเดียวที่อยู่ในประเทศเนปาล (จึงแนะนำให้ทำ VISA on Arrival ก่อนนะคะ) ซึ่งในปัจจุบัน ได้รับการบูรณะและมีถาวรวัตถุสำคัญที่ชาวพุทธนิยมไปสักการะ คือ เสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า สถานที่นี้เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ
 
นอกจากนี้ ยังมี วิหารมายาเทวี ภายในประดิษฐานภาพหินแกะสลักพระรูปพระนางสิริมหามายาประสูติพระราชโอรส โดยเป็นวิหารเก่ามีอายุร่วมสมัยกับเสาหินพระเจ้าอโศก นับว่าทุกตารางนิ้วของที่นี่ล้วนมีความสำคัญทางพุทธกาลเกือบทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ถ้าเราได้ไปยืนอยู่ตรงนั้นคงรู้สึกได้ถึงความขลังแน่นอน 
พุทธคยา
ซึ่งตอนนี้ทางการเนปาลได้สร้างวิหารใหม่ทับวิหารมายาเทวีหลังเก่า และได้ขุดค้นพบศิลาจารึกรูปคล้ายรอยเท้า ที่สันนิษฐานว่าเป็นจารึกรอยเท้าก้าวที่เจ็ดของเจ้าชายสิทธัตถะที่ทรงดำเนินได้เจ็ดก้าวในวันประสูติ อ่านแล้วทำให้อยากไปเห็นรอยเท้าก้าวที่เจ็ดของพระพุทธเจ้ากับตาจังเลย *ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://th.wikipedia.org/wiki/ลุมพินีวัน

 สังเวชนียสถานที่ 4 สารนาถ - สถานที่แสดงปฐมเทศนา
(ลุมพินีวัน - สารนาถ เดินทางประมาณ 9 ชม.)
พุทธคยา
ปลื้มปิติกับความเป็นมาของพระพุทธเจ้า จนมาถึงสังเวชนียสถานที่สุดท้าย สารนาถ ในสมัยพุทธกาล เรียกกันว่า ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนา จัดเป็นพุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ 3

ที่ได้ชื่อว่า สารนาถ เนื่องมาจากสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงเริ่มต้นประกาศพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นที่พึ่งแก่มหาชนทั้งหลาย ภายในอาณาบริเวณสารนาถมี ธรรมเมกขสถูป เป็นพุทธสถานขนาดใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุด เนื่องจากสันนิษฐานว่าบริเวณที่ตั้งของธรรมเมกขสถูป เป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาประกาศพระสัจจธรรมเป็นครั้งแรกที่นี่ 
พุทธคยา
และ ณ จุดนี้ยังอยู่ใกล้กับพาราณสี ที่มีแม่น้ำคงคา แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ของชาวอินเดีย ที่สามารถไปเที่ยวชมวิถีชีวิต หรือนั่งเรือล่องแม่น้ำคงคาก็ได้บรรยากาศตื่นตาไปพร้อมๆ กัน แถมบริเวณนั้นยังมีของที่ระลึกขาย เป็นคนโทเล็กๆ ใส่แม่น้ำคงคาไว้มาบูชาต่อได้ด้วยค่ะ *ขอขอบคุณข้อมูลจาก https://th.wikipedia.org/wiki/สารนาถ

ปลื้มปริ่มกันไปกับอานุภาพแห่งพลังศรัทธา พร้อมเหตุผลที่ว่าทำไมถึงควรมาที่นี่สักครั้งกันไปแล้ว แถมได้รู้ว่า สังเวชนียสถาน 4 ที่ หากเตรียมตัวมาดีก็ไปได้ง่ายๆ อาจจะไม่ได้สบายเว่อร์ แต่ให้ประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน และนับเป็นประสบการณ์การเดินทางอันล้ำค่าที่หาได้ยาก ส่วนใครที่มีเวลาน้อยอยากมาแบบทริปสั้นๆ แค่พุทธคยาก็เพียงพอ 3 - 4 วัน เพราะขามาบินตรง กรุงเทพฯ - คยา ด้วยเที่ยวบิน FD122 ใช้เวลาแค่ประมาณ 3 ชม. ก็แลนดิ้งแล้ว
 
ส่วนขากลับเราก็สามารถบินตรงจากพุทธคยาไปดอนมืองได้เลยเช่นกัน ด้วยเที่ยวบิน FD123 ของ AirAsia ออกจากท่าอากาศยานคยา ส่งตรงถึงท่าอากาศยานดอนเมืองไปเลยจ้า นอนหลับพักสายตาสบายๆ 3 ชม. นิดๆ ตื่นอีกทีก็ดอนเมืองแล้วค่ะ

ซึ่งเขาให้บริการ 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ในวันจันทร์, พุธ, ศุกร์ และอาทิตย์ โดยในช่วงเปิดตัวเส้นทางบินใหม่ กรุงเทพ-คยา ผู้สนใจดูรายละเอียดได้ที่ www.airasia.com พร้อมเดินทางตั้งเเต่เที่ยวบินเเรก 3 ธ.ค. 2561 - 29 มี.ค. 2562 หรือหากต้องการเดินทางเป็นกลุ่มคณะตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก็สามารถติดต่อแอร์เอเชียได้ที่ โทร. 0 2515 9898 ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ ตั้งเเต่เวลา 8.00 - 21.00 น. นะคะ