เมื่อฤดูหนาวมาเยือน เมืองเหนือถือเป็นจุดหมายอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยว ทุกปีมีผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลไปสัมผัสความหนาวเย็น บนยอดดอย รอคอยทะเลหมอก ทำให้ดื่มด่ำธรรมชาติวิวสวยๆ ได้ไม่เต็มที่ เราเลยลองมองหาสถานที่สูดลมหนาวเคล้าสายหมอก แบบไม่ต้องแย่งใคร! ก็ได้สัมผัสความเย็นแบบสุดขั้วใกล้กรุงเทพฯ ที่ยอดเขาเทวดา ณ อุทยานแห่งชาติพุเตย จ. สุพรรณบุรี ดินแดนสวรรค์ของคนรักธรรมชาติ กลางคืนดูดาว ตอนเช้าดูทะเลหมอก มาที่เดียวได้ฟินคูณสอง! รับรองว่า ... มาแล้วจะหนาววววววววววว !!!
มาทำความรู้จักกับ ยอดเขาเทวดา ณ อุทยานแห่งชาติพุเตย สักเล็กน้อย เพราะหลายคนอาจยังไม่รู้จัก สวยขนาดไหน? คุ้มค่าที่จะมาเที่ยวไหม? เดินทางยังไง?
เขาเทวดา ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งขาติพุเตย อ. ด่านช้าง จ. สุพรรณบุรี มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,123 เมตร แต่อากาศบนเขาหนาวเย็นพอๆ กับยอดเขาทางภาคเหนือ เป็นเขตรอยต่อของ 3 จังหวัด สุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี มีผืนป่าและธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มาก จากตีนเขาใช้เวลาเดินเท้าขึ้นไปประมาณ 800 เมตร ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง ส่วนจุดกางเต็นท์ (ตะเพินคี่) จะอยู่ใกล้เขาเทวดามากที่สุด การเดินทางขึ้นมาที่ลานกางเต็นท์ ต้องอาศัยรถกะบะยกสูง เพราะทางขึ้นเขาทั้งโหด ทั้งชัน พื้นถนนขรุขระ รถเก๋งเรียกได้ว่าหมดสิทธิ์! ทริปนี้เราใช้บริการรถเช่า AVIS เพราะสะดวกสบาย ไปรับรถได้ที่สนามบิน ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก แถมได้รถใหม่! เราเลือกใช้รถคันใหญ่ที่เหมาะกับการขับขึ้นเขาและขนสัมภาระของเพื่อนร่วมทริปทั้ง 5 ชีวิต เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา นัดรวมพลกันตั้งแต่เช้าตรู่ ระยะทางจากกรุงเทพ - อุทยานแห่งชาติพุเตย 225 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง วิ่งเส้น บางบัวทอง - สุพรรณบุรี - ด่านช้าง บรรยากาศสองข้างทางสุดชิลล์ๆ อารมณ์คล้ายถนนชนบททางภาคเหนือ มาถึงเขตอุทยานก็ราวๆ เที่ยงกว่า ซึ่งตามจริงเราต้องผ่าน หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ พุเตยที่ 1 เหมือนคนอื่นๆ แต่ขับตามทางมาเรื่อยๆ ไม่เห็นเจอหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ พุเตยที่ 1 เลยแฮะ สงสัยเราจะมาผิดทางหรือไม่ก็ขับเลยมาแล้ว เนื่องจากว่าเราพึ่งสัญญาณ GPS พอเข้าเขตอุทยานฯ ปรากฏว่าสัญญาณไม่มี ใครมาทางไหนไม่รู้ พวกเรายึดตามป้ายหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ พุเตย 3 (ตะเพินคี่) ลูกเดียว 555+ทางไปลานกางเต็นท์ หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ พุเตยที่ 3 (ตะเพินคี่) โหดสมคำล่ำลือ เป็นถนนดินแดง ลูกลัง เป็นหลุม เป็นบ่อหนักมาก ค่อนข้างชันต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร ยิ่งใกล้ถึงจุดหมาย ทางยิ่งพีค! ใครใจกล้าขับรถเก๋งขึ้นมามีโอกาสช่วงล่างพังนะจ๊ะ ทางที่ดีควรเป็นรถกระบะยกสูง ส่วนใครที่ไม่สะดวกได้ยินมาว่าสามารถติดต่อใช้บริการรถกะบะของอุทยานได้ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ พุเตยที่ 1 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ขับไปส่งถึงจุดกางเต็นท์ (ตะเพินคี่) ราคาแบบเหมา ไป-กลับ 2000 บาท/ต่อคัน หาเพื่อนร่วมหารได้ด้วยนะ ระยะทาง 26 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางขึ้นไปเกือบ 1 ชม. เพราะใช้ความเร็วมากไม่ได้ ระหว่างทางมีจุดชมวิว พวกเราก็พากันแวะพักยืดเส้นยืดสาย ถ่ายรูปเล่นกันที่จุดนี้ก่อน เห็นทิวเขาแบบนี้ อย่าเพิ่งดีใจไปหนทางยังอีกยาวไกล 555+
และแล้วเราก็มาถึง หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ พุเตยที่ 3 (ตะเพินคี่) เลี้ยวเข้ามาจะเจอบ้านพักเจ้าหน้าที่ จุดนี้เป็นจุดที่เราต้องจ่ายค่าเข้าอุทยาน ค่าจอดรถ ค่ากางเต็นท์ หรือเช่ายืมอุปกรณ์กางเต็นท์ต่างๆ สำหรับคนที่ไม่ได้เตรียมมา เค้าก็มีให้เช่า ค่าใช้จ่ายก็แสนถูก
- ค่าเข้าอุทยาน คนละ 20 บาท
- ค่ากางเต็นท์ หลังละ 30 บาท
- ค่าจอดรถ คันละ 30 บาท
- ค่าเช่าเต็นท์พร้อมเครื่องนอน ชุดละ 250 บาท
แนะนำว่าอาหารการกินควรเตรียมขึ้นไปด้วยนะจ๊ะ ไม่งั้นอดตายแน่ๆ เพราะข้างบนนี้ ไม่มีร้านค้า ไม่มีร้านอาหาร
ตะเพินคี่ เป็นลานกางเต็นท์ ที่มีวิวสวยที่สุดในอุทยาน โล่งกว้าง โอบล้อมไปด้วยภูเขา ลมพัดโชยตลอดทั้งวัน อากาศเย็นสบาย สามารถมองเห็นยอดเขาเทวดาได้ชัดเจน บนนี้เราจะได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุดๆ ใครที่ติดโซเชี่ยล ลืมเรื่องสัญญาณมือถือไปได้เลย ตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง ความสนุกมันอยู่ตรงนี้แหละ ทำให้เราได้ดื่มด่ำธรรมชาติอย่างเต็มที่!
ตอนเราไปถึงยังไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นมา พวกเราก็จัดแจงเลือกทำเลเหมาะๆ กางเต็นท์ได้ตามใจชอบ ห้องน้ำที่นี่สะดวกสบายแยกชายหญิง ค่อนข้างสะอาด น้ำเย็นจับใจ จะเข้าห้องน้ำตอนกลางคืนไม่ต้องกลัวจะไม่ปลอดภัย เค้ามีไฟส่องสว่างในส่วนของห้องน้ำ
เลือกจุดที่วิวสวยที่สุดและสามารถมองเห็นดาวได้ชัดๆ ในตอนกลางคืน
ดูจากแผนที่ ณ จุดทำการ มีน้ำตกตะเพินคี่น้อย อยู่ห่างจากลานกางเต็นท์เพียง 600 เมตร พวกเราก็ตื่นเต้นอยากจะเห็น กางเต็นท์เสร็จก็รีบขับรถตามป้ายไปที่น้ำตกทันที ระหว่างทางไปน้ำตกก็จะผ่านหมู่บ้านกะเหรี่ยง ที่เงียบสงบนานๆ จะเจอชาวบ้านสักคนนึง เราขับรถมาจอดที่ปากทางและเดินเท้าเข้าไปอีก ประมาณ 300 เมตร
เส้นทางเดินเท้าธรรมชาติสุดๆ ในเมืองเราไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นอะไรที่เป็นธรรมชาติแบบนี้ แค่ธารน้ำเล็กๆ ก็ทำให้รู้สึกสดชื่นเเล้ว
เดินนิดเดียวก็มาถึง น้ำตกตะเพินคี่น้อย น้อยสมชื่อจริงๆ เป็นน้ำตกธรรมชาติ มีความสูงประมาณ 10 เมตร น้ำใสไหลเย็น ผ่านพื้นป่าต้นน้ำที่ยังอุดมสมบูรณ์
มีเวลาเหลือนิดหน่อยเราแอบมาศึกษาเส้นทางไปเขาเทวดากันก่อน กลัวว่าตอนเช้ามืดจะหลงทาง ซึ่งตีนเขาห่างจากจุดกางเต็นท์เพียง 500 เมตร ขับรถตามป้ายเข้ามาจะผ่านบ้านน้องแชมป์ให้เบี่ยงไปทางซ้าย จะเป็นทางดินเล็กๆ ค่อนข้างชัน ก่อนถึงจะมีบ้านหลังนึงรับฝากรถคันละ 20 บาท แต่จากจุดนี้จะเดินไกล เราลองขับรถเข้าไปด้านใน ไปโผล่ที่แปลงสัปปะรดของชาวบ้าน มีที่จอดรถแคบๆ อยู่นิดหน่อย ทางขึ้นเขาเทวดาจะอยู่บริเวณนี้
หลังจากสำรวจเส้นทาง ชื่นชมธรรมชาติจนหน่ำใจ พวกเราก็รีบกลับมาเตรียมอาหารเย็นก่อนที่พระอาทิตย์จะตกดิน มื้อเย็นก็เป็นเมนูง่ายๆ สไตล์ปิ้งย่างบาร์บีคิว แวะซื้อสัปปะรดจากแผงขายของชาวบ้านมาด้วย สัปปะรดหวานฉ่ำ ลูกละ 10 บาท ถูกมาก!!! ดูมุมทำอาหารวิวหลักล้านของพวกเราสิ มองไปเห็นยอดเขา และทุ่งข้าวโพด
เพื่อนผู้หิวโหยบางคนรอไม่ไหว ก็ต้มมาม่ารองท้องกันไปก่อน
กินมาม่าเวลาไหนอร่อยสุด? ก็คงจะเป็นเวลานี้แหละค่ะ "มาม่าหลักสิบ วิวหลักแสน"
อากาศค่อยๆ เย็นขึ้นเรื่อยๆ พวกเราก็ช่วยกันเร่งมือเตรียมอาหารกันอย่างสนุกสนาน
แท๊นน แท่น แท๊นนนน!! โฉมหน้าบาร์บีคิว มื้อเย็นของพวกเราเป็นไงค่ะ น่ากินใช่ไหมล่ะ! อากาศเย็นๆ นั่งล้อมวงกินปิ้งย่าง ความร้อนจากเตาช่วยให้อบอุ่นขึ้นเยอะ แหม ... ในป่าในเขา กินดีอยู่ดีระดับ 5 ดาว!
อิ่มท้องแล้วเราก็รีบทยอยกันไปอาบน้ำ มานอนรอดูดาว ตอนกลางคืนมืดสนิทแอบลุ้นว่าจะมีโอกาสเห็นทางช้างเผือกไหมนะ? เพราะคืนนี้เมฆค่อนข้างมาก
รอจนดึกกว่ากลุ่มเมฆจะเคลื่อนตัวออกไป ไม่เสียแรงที่ตั้งตารอ ได้เห็นดาวสวยๆ เต็มท้องฟ้าเลย!
พอตี 4 เราก็ปลุกเพื่อนจากภวังค์ เพื่อเตรียมตัวขึ้นเขาเทวดาให้ทันแสงแรก ขับรถฝ่าความมืดเข้าไปจอดที่ตีนเขา หยิบไฟฉายคนละอันจากนั้นก็เดินเท้าขึ้นไปอีกประมาณ 800 เมตร กับความชัน 45 องศา ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ใจเราคิดว่าไม่ไกลมาก ระยะทางแค่นี้สบายๆ อากาศก็เย็น เดินไปไม่ถึง 200 เมตร ก็เริ่มหอบแล้วค่ะ 555+
เจอจุดพักตรงไหนแวะพักสูดยาดมทุกพื้นที่ ยิ่งสูงทางก็ยิ่งชัน ดีที่อากาศเย็น น้ำดื่มนี่สำคัญมากเอาไว้จิบจะช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้น พอให้มีเรี่ยวแรงก้าวเดินต่อไป ...
กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ยังไม่ถึงสักที! เดินหอบรั้งท้าย ไต่เชือกตามขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อนคนอื่นเดินนำไปไหนต่อไหนเเล้ว ส่วนเราไม่รีบ เน้นดื่มด่ำธรรมชาติ 555+
ใกล้จะถึงแล้ว! ยิ่งเห็นป้ายก็ยิ่งเหนื่อยจะหมดแรง เป็นอีก 200 เมตร สุดท้ายที่ยาวไกลจัง 5555+
จากฟ้ามืดจนแสงแรกพระอาทิตย์โผล่ขึ้นมาทักทาย มองเห็นทะเลหมอกอยู่ไกลๆ พอเป็นขวัญและกำลังใจ ในที่สุดก็หอบร่างขึ้นมาถึงยอดเขาเทวดาจนได้ ยอมรับว่าเห็นวิวเบื้องหน้าแล้ว หายเหนื่อยเลย! ทิวเขาน้อยใหญ่สลับไปมากับสายหมอก ความฟินที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม!
ยืนรับลมสูดอากาศบริสุทธิ์ให้ฉ่ำปอด พักกายปล่อยใจไปกับทะเลหมอก ถึงจะไม่ได้เยอะมากมาย แต่ก็ถือว่าคุ้มที่ได้เป็นหนึ่งใน "ผู้พิชิตยอดเขาเทวดา" ภูเขาลูกเล็กๆ แต่ความฟินไม่เล็ก! บรรยากาศบนนี้ดีขนาดไหน ให้อธิบายก็คงไม่เท่ากับได้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองแน่นอน
ระเบียงไม้ไผ่ จุดชมวิวสุดคูล! ที่สามารถมองเห็นวิวเขากว้างแบบพาโนราม่า เป็นอีกมุมชิคๆ ที่สายชิลล์นิยมมาถ่ายภาพเท่ๆ คู่กับทะเลหมอก พวกเราใช้เวลาอยู่บนนี้นานมาก เย็นสบายจนไม่อยากลงจากเขาเลย
ถึงเวลาต้องบอกลากันแล้ว หนาวหน้าไว้เจอกันใหม่นะ "เทวดา" ดินแดนสวรรค์เมืองสุพรรณบุรี สุดยอดความฟินใกล้กรุงเทพฯ ที่อยากให้มาเช็คอิน
ที่ตั้ง : อุทยานแห่งชาติพุเตย หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ พุเตย ที่ 3 ตะเพินคี่ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี
เบอร์โทรศัพท์ : 035 446 237, 035 960 240
พิกัด : https://goo.gl/TxfSyY
ขากลับพวกเราแวะไปที่อ่างเก็บน้ำหุบเขาวงหรือที่เรียกเก๋ๆ ว่า ปางอุ๋งสุพรรณ ซึ่งเป็นทางผ่านก่อนเข้ากรุงเทพฯ ห่างจากอุทยานแห่งชาติพุเตย 62 กิโลเมตร ทางเข้าเป็นถนนลูกลัง หุบเขาวง เป็นอ่างเก็บน้ำเล็กๆ ท่ามกลางขุนเขา บรรยากาศเงียบสงบ
ที่นี่มีร้านกาแฟชิลล์ๆ อยู่กลางน้ำด้วยนะ แต่ตอนเราไปถึงร้านก็ปิดซะแล้ว อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง มีบ้านพักแบบแพ ราคาแค่หลักร้อยบาท และจุดกางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยวสายสโลว์ไลฟ์ ที่นี่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไร้สัญญาณโทรศัพท์ ตอนกลางคืนที่นี่เค้าจะจุดตะเกียงไว้ให้ เป็นการพักผ่อนใกล้ชิดธรรมชาติอย่างแท้จริง!
ระหว่างเดินเล่น ถ่ายรูปรอแสงเย็น พวกเราก็เริ่มหิวพากันเดินไปสั่งข้าวที่สหกรณ์ ป้าแม่บ้านจัดเซ็ตสุดคุ้มสไตล์ขันโตกมาให้ มีต้มยำไก่บ้าน น้ำพริกปลาย่าง ปลาเผาตัวใหญ่ ข้าวหนึ่งโถ ราคา 300 บาทเท่านั้น เมนูบ้านๆ แต่รสชาติไม่ธรรมดา อร่อยจนต้องขอข้าวเพิ่ม!
บอกลากับแสงสุดท้ายของวัน ช่วงเวลาไฮไลท์ที่พระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า ช่างสวยงามไร้ที่ติ!
ใครที่กำลังมองหาที่กางเต็นท์รับลมหนาว เย็นจับใจไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือ! ลองมองมาที่สุพรรณบุรีก็ดีไม่น้อย ค่ำดูดาว เช้าดูหมอก ค่าใช้จ่ายหลักร้อย แต่ความฟินหลักล้าน มาที่เดียวคุ้ม!
ที่ตั้ง : อ่างเก็บน้ำหุบเขาวง อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี 72180
เบอร์โทรศัพท์ : 092 493 3833
พิกัด : https://goo.gl/cKRqES





